สยามพิวรรธน์ผนึกหัวเว่ยพลิกเกมท่องเที่ยวด้วย Wearable Tech ครั้งแรกในไทย
สยามพิวรรธน์ผนึกหัวเว่ยพลิกเกมท่องเที่ยวด้วย Wearable Tech

นางอัมพร โชติรัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ สายสนับสนุนธุรกิจ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด เปิดเผยว่า ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับหัวเว่ยที่ดำเนินมาตั้งแต่ปี 2563 ได้นำหัวเว่ยคลาวด์มายกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานด้านรีเทลออมนิแชนแนล และพัฒนา ONESIAM SuperApp ที่เชื่อมต่อประสบการณ์ออนไลน์และออฟไลน์อย่างไร้รอยต่อ ถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการพลิกโฉมอุตสาหกรรมรีเทล พร้อมสร้างคุณค่าให้ลูกค้า พันธมิตร และระบบนิเวศโดยรวม ควบคู่กับการขยายระบบนิเวศพันธมิตรระดับโลกและมอบสิทธิประโยชน์ที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวยุคใหม่

เป้าหมายปี 2569

ในปี 2569 สยามพิวรรธน์ตั้งเป้าต่อยอดความร่วมมือผ่านการพัฒนาโซลูชันบน Quick App ONESIAM และการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สวมใส่ (Wearables) Skytone และเทคโนโลยีอื่น ๆ เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมกับนักท่องเที่ยวทั่วโลก พร้อมยกระดับประสบการณ์ผ่านนวัตกรรมของหัวเว่ย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพสูงและสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

มุมมองจากหัวเว่ย

Rachel Zhou ผู้อำนวยการฝ่ายบริการคลาวด์สำหรับผู้บริโภคของหัวเว่ยประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างหัวเว่ยและสยามพิวรรธน์ที่พัฒนาไปอีกขั้นเป็นการผสานพลังระหว่างจุดหมายปลายทางรีเทลระดับโลกและเทคโนโลยีแห่งอนาคต เพื่อสร้างคุณค่าที่โดดเด่นให้กับนักท่องเที่ยวชาวจีนและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก การเชื่อมต่อ ONESIAM Global Visitor Card ในระบบ HarmonyOS ด้วย Quick App อย่างราบรื่นทำให้สามารถมีส่วนร่วมกับนักท่องเที่ยวในทุกช่วงของการเดินทางได้อย่างแม่นยำ ตั้งแต่การค้นหาและวางแผนก่อนเดินทางไปจนถึงประสบการณ์เมื่อถึงจุดหมายปลายทาง โดยมอบสิทธิประโยชน์สมาชิกแบบเฉพาะบุคคล

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ยกระดับประสบการณ์ช้อปปิ้ง

การเชื่อมต่ออุปกรณ์หัวเว่ย Wearables เข้ากับ ONESIAM Global Visitor Card ยังช่วยให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเยือนสยามพารากอนและไอคอนสยามสามารถเข้าถึงสิทธิประโยชน์พิเศษได้ทันที ทำให้ทุกช่วงเวลาของการช้อปปิ้งล้ำสมัยและคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน หัวเว่ยยังมุ่งมั่นสนับสนุนสยามพิวรรธน์ในการสร้างความสุข ความสะดวกสบาย และบริการระดับโลกให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติทุกคนที่เลือกประเทศไทยเป็นจุดหมายปลายทาง

ONESIAM Global Visitor Card บน Wearables

การเปิดตัว ONESIAM Global Visitor Card บนหัวเว่ย Wearables ถือเป็นการยกระดับประสบการณ์นักท่องเที่ยวสู่ความสะดวกแบบไร้รอยต่อผ่าน Quick Apps และรองรับทุกระบบปฏิบัติการทั้ง iOS, Android และ HarmonyOS มาพร้อมฟีเจอร์สำคัญที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักเดินทางยุคใหม่ ทั้งการสมัครสมาชิกแบบ One-Tap, E-Coupon และระบบแนะนำบริการภายในศูนย์การค้า พร้อมนำข้อมูลเชิงลึกมาใช้ในการออกแบบและปรับแต่งประสบการณ์ในทุกจุดสัมผัส

โครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี

ในด้านโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยี ได้มีการนำหัวเว่ยคลาวด์มาใช้ในการพัฒนาแอปพลิเคชันรองรับการทำงานแบบออมนิแชนแนลที่เชื่อมต่อช่องทางออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ เพิ่มประสิทธิภาพทั้งในมิติของการให้บริการและการบริหารจัดการ

รีเทลไทยรายแรก

สยามพิวรรธน์เป็นรีเทลไทยรายแรกและรายเดียวที่เชื่อมต่อ ONESIAM Global Visitor Card เข้ากับระบบปฏิบัติการ HarmonyOS ของหัวเว่ยในปี 2568 เปิดการเข้าถึงผู้ใช้งานกว่า 400 ล้านอุปกรณ์ในประเทศจีน พร้อมยกระดับประสบการณ์ O2O และมอบสิทธิประโยชน์แบบเอ็กซ์คลูซีฟ ครอบคลุมทุกช่วงของการเดินทางอย่างครบวงจร นอกจากนี้ ยังต่อยอดด้วยนวัตกรรมจากหัวเว่ยเพื่อยกระดับประสบการณ์ให้เหนือขึ้นอีกขั้น ควบคู่การขยายระบบนิเวศเชื่อมโยงพันธมิตรชั้นนำกว่า 150 ราย ครอบคลุมทั้งสายการบิน โรงแรม การท่องเที่ยว การเดินทาง สุขภาพ และอาหาร

HUAWEI Experience Store

นอกจากนี้ ยังเปิดตัว HUAWEI Experience Store แฟลกชิปสโตร์รูปแบบใหม่ ชั้น 3 สยามพารากอนเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ซึ่งเป็นสาขาแรกในประเทศไทยและภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่มีการดีไซน์พิเศษให้เป็นศูนย์บริการครบวงจรสำหรับลูกค้าหัวเว่ย รวมการจำหน่ายสินค้า พื้นที่ทดลอง และบริการหลังการขายไว้ในที่เดียว

ผลลัพธ์ที่โดดเด่น

ความร่วมมือกับหัวเว่ยนับเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของสยามพิวรรธน์ในปี 2569 โดยสะท้อนอย่างชัดเจนจากผลลัพธ์ในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมา ซึ่งหัวเว่ยกลายเป็นช่องทางที่สร้างยอดลงทะเบียน ONESIAM Global Visitor Card สูงที่สุด ขณะเดียวกัน แคมเปญสื่อสารในช่วงก่อนเดินทางยังสามารถผลักดันยอดลงทะเบียนให้เติบโตมากกว่า 400% ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เมื่อเทียบกับปีก่อน ตอกย้ำศักยภาพและอิทธิพลของแพลตฟอร์มเทคโนโลยีระดับโลกได้อย่างชัดเจน