เปิด 4 ขั้นตอนโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ 19 มี.ค. ต้องได้ 250 เสียงขึ้นไป
รัฐสภากำลังเตรียมความพร้อมสำหรับการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ในวันที่ 19 มีนาคม 2569 ตามกระบวนการที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยมีขั้นตอนสำคัญที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเพื่อให้ได้ผู้นำประเทศที่ได้รับความเห็นชอบจากสมาชิกรัฐสภา
ไทม์ไลน์การเมืองก่อนการโหวต
หลังจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งที่ 1 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา สภาได้เลือก นายโสภณ ซารัมย์ เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎร พร้อมกับ น.ส.มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช และ เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล เป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่งและคนที่สองตามลำดับ
ในวันที่ 16 มีนาคม 2569 เวลา 14.30 น. ที่อาคารรัฐสภา จะมีพิธีรับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎรอย่างเป็นทางการ จากนั้น นายโสภณ ซารัมย์ ในฐานะประธานสภาผู้แทนราษฎร จะนัดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 159 ของรัฐธรรมนูญ
4 ขั้นตอนโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีตามรัฐธรรมนูญมาตรา 159
การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 19 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. จะดำเนินการตามขั้นตอนดังต่อไปนี้:
- คุณสมบัติผู้ได้รับการเสนอชื่อ: แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีที่จะถูกเสนอชื่อต้องมีชื่ออยู่ในบัญชีของพรรคการเมืองตามรัฐธรรมนูญมาตรา 88 โดยพรรคการเมืองนั้นต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) อย่างน้อย 25 คนขึ้นไป
- การรับรองจากสมาชิกสภา: บุคคลที่ถูกเสนอชื่อต้องมี สส. รับรองอย่างน้อย 50 คน ซึ่งคิดเป็นไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร ปัจจุบันมีสมาชิกทั้งหมด 498 คน
- กระบวนการลงคะแนน: การลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีต้องกระทำโดยการลงคะแนนโดยเปิดเผย และต้องได้คะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกรัฐสภาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 159 โดยจะมีการขานชื่อ สส. ตามลำดับอักษร และให้ออกเสียงลงคะแนนเป็นรายคน โดยให้ลุกขึ้นกล่าวว่าโหวตใคร หรือถ้ามีการเสนอชื่อแค่คนเดียว ก็สามารถเลือก "เห็นชอบ", "ไม่เห็นชอบ" หรือ "งดออกเสียง" ได้ บุคคลที่จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีจะต้องได้คะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสภา ซึ่งปัจจุบันมี สส. 498 คน จึงต้องได้คะแนนเสียงตั้งแต่ 250 เสียงขึ้นไป
- การแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ: เมื่อมีความเห็นชอบบุคคลที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว นายโสภณ ซารัมย์ ในฐานะประธานรัฐสภา จะเป็นผู้นำรายชื่อนายกรัฐมนตรีขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการต่อไป
ขั้นตอนหลังการเลือกนายกรัฐมนตรี
ภายหลังมีนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการแล้ว กระบวนการจะเข้าสู่ขั้นตอนการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งรวมถึงการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ พร้อมตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีก่อนเสนอรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 162 กำหนดให้คณะรัฐมนตรีต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาภายใน 15 วัน นับแต่วันเข้ารับหน้าที่อย่างเป็นทางการ ก่อนเริ่มบริหารประเทศอย่างเต็มรูปแบบ
การโหวตในครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทางการเมืองไทย โดยมีพรรคการเมืองต่างๆ เตรียมพร้อมสำหรับการลงมติ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางนโยบายและการบริหารประเทศในอนาคต



