นายกรัฐมนตรีได้ยืนยันถึงความพร้อมของประเทศไทยในการเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก หรือเอเปค ในปี 2026 โดยหวังว่าการประชุมครั้งนี้จะเป็นโอกาสสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาคให้เติบโตอย่างยั่งยืนและเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก
ความพร้อมของไทยในการเป็นเจ้าภาพ
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไทยมีความพร้อมทั้งในด้านสถานที่ การจัดการ และบุคลากร เพื่อรองรับการประชุมเอเปคในปี 2026 ซึ่งจะเป็นครั้งที่สามที่ไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพ หลังจากเคยเป็นเจ้าภาพในปี 1992 และ 2003 โดยเชื่อมั่นว่าประสบการณ์ที่ผ่านมาจะช่วยให้การจัดการประชุมครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ
เป้าหมายทางเศรษฐกิจ
การเป็นเจ้าภาพเอเปคครั้งนี้ ไทยตั้งเป้าที่จะผลักดันประเด็นสำคัญต่างๆ เช่น การค้าเสรี การลงทุนที่ยั่งยืน และการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศและสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการไทย นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสในการส่งเสริมภาพลักษณ์ของไทยในเวทีโลก
นายกรัฐมนตรียังเน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกเอเปคในการรับมือกับความท้าทายทางเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่โลกต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ การประชุมครั้งนี้จะเป็นเวทีสำคัญในการหารือแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน
- ส่งเสริมการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศสมาชิก
- พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจดิจิทัล
- เสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารและพลังงานในภูมิภาค
การเตรียมการของรัฐบาล
รัฐบาลได้เริ่มเตรียมการตั้งแต่เนิ่นๆ โดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการเตรียมการประชุมเอเปค 2026 ซึ่งประกอบด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานสากล
นอกจากนี้ ยังมีการวางแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ เช่น การคมนาคมขนส่ง ระบบสาธารณูปโภค และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้เข้าร่วมประชุมจากทั่วโลก เพื่อสร้างความประทับใจและแสดงศักยภาพของไทย
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย
การเป็นเจ้าภาพเอเปคครั้งนี้คาดว่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยในหลายด้าน เช่น การกระตุ้นการท่องเที่ยว การเพิ่มการลงทุนจากต่างประเทศ และการสร้างงานในภาคบริการ โดยเฉพาะในธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร และการขนส่ง
นายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้ายว่า ไทยพร้อมที่จะเป็นสะพานเชื่อมความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิกเอเปค เพื่อสร้างอนาคตที่เจริญรุ่งเรืองร่วมกัน และหวังว่าการประชุมครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกให้ก้าวหน้าและยั่งยืน



