นายกรัฐมนตรีแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนเป็นวงกว้าง โดยได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่และทันท่วงที
การสั่งการเร่งด่วน
นายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ประสบภัยหนัก เช่น จังหวัดนครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี และพัทลุง โดยได้สั่งการให้กระทรวงมหาดไทย กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานท้องถิ่นระดมกำลังเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มความสามารถ
มาตรการช่วยเหลือเบื้องต้น
- จัดตั้งศูนย์อำนวยการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่เพื่อประสานงานและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
- แจกจ่ายถุงยังชีพ อาหาร น้ำดื่ม และยารักษาโรคให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ
- จัดเตรียมพื้นที่อพยพและศูนย์พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ
- เร่งระบายน้ำและซ่อมแซมเส้นทางคมนาคมที่เสียหายเพื่อให้การเข้าถึงพื้นที่ประสบภัยเป็นไปอย่างสะดวก
การฟื้นฟูระยะยาว
นอกจากการช่วยเหลือเร่งด่วนแล้ว นายกรัฐมนตรียังได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางแผนฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยในระยะยาว รวมถึงการซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหาย การให้ความช่วยเหลือด้านการประกอบอาชีพ และการเยียวยาจิตใจผู้ประสบภัย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้พิการ
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลจะไม่ทิ้งประชาชน และจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างเป็นทางการ และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัย



