14 องค์กรภาคประชาสังคมยื่น 3 ข้อเรียกร้องรัฐบาลเร่งแก้วิกฤตพลังงาน พร้อมจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ 'น้ำมันเลือด'
เมื่อเวลา 11.00 น. ของวันที่ 23 มีนาคม 2569 ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล ตัวแทนจาก 14 องค์กรภาคประชาสังคมได้รวมตัวกันเพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหาวิกฤตพลังงานที่กำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประชาชน โดยมีข้อเรียกร้องเร่งด่วน 3 ข้อต่อรัฐบาล พร้อมทั้งจัดกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ที่เสียดสีการบริหารงานของรัฐบาลผ่านการจำลองเหตุการณ์ขาดแคลนน้ำมันจนได้เป็น 'น้ำมันเลือด'
รายชื่อองค์กรภาคประชาสังคมที่เข้าร่วมเคลื่อนไหว
กลุ่มองค์กรที่เข้าร่วมในครั้งนี้ประกอบด้วย กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย, กลุ่มนนทรีก้าวหน้า, กลุ่มเสรีเกษตรศาสตร์, กลุ่ม FemTonsai, เครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย, สภานักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง, สหภาพคนทำงาน, สหภาพคนทำงานแพลตฟอร์มไรเดอร์ รังสิต, สหภาพไรเดอร์, สหพันธ์คนทำงานแพลตฟอร์มแห่งประเทศไทย (สพพท.), สมาคมไรเดอร์ภาคใต้, พรรคศรัทธาธรรม, ไรเดอร์ไทยเข้มแข็ง และ MYHR ซึ่งต่างแสดงจุดยืนร่วมกันในการเรียกร้องให้รัฐบาลแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเร่งด่วน
3 ข้อเรียกร้องหลักต่อรัฐบาลเพื่อแก้ไขวิกฤตพลังงาน
ข้อเรียกร้องทั้ง 3 ข้อที่ยื่นต่อรัฐบาลมีรายละเอียดดังนี้
- การปรับลดราคาน้ำมันลงลิตรละ 11 บาท เป็นเวลา 1 ปี โดยให้มาจากการยกเลิกภาษีสรรพสามิตน้ำมันและปรับลดค่ากลั่น เพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน
- การลดค่าไฟฟ้าให้เหลือหน่วยละ 3 บาท เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตและค่าครองชีพของครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานที่สูงขึ้น
- การกำหนดมาตรการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ประกอบการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าในช่วงวิกฤต ซึ่งจะส่งผลให้ประชาชนมีชีวิตที่ยากลำบากยิ่งขึ้น
กิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ 'น้ำมันเลือด' เสียดสีรัฐบาล
นอกจากนี้ ยังมีการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ที่สร้างสรรค์และเสียดสีรัฐบาล โดยมีการจำลองเหตุการณ์ขาดแคลนน้ำมันที่หน้าปั๊มน้ำมัน จนกลุ่มไรเดอร์และเกษตรกรต้องออกมาเรียกร้อง และในที่สุดก็ได้เป็น 'น้ำมันเลือด' พร้อมกับเสียงเยาะเย้ยจากกลุ่มผู้มีอำนาจในปัจจุบัน กิจกรรมนี้สะท้อนถึงความไม่พอใจของประชาชนต่อการจัดการปัญหาพลังงานของรัฐบาลที่ยังไม่เห็นผลเป็นรูปธรรม
การสังเกตการณ์จากอดีต สส. และความหวังต่อมาตรการช่วยเหลือ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีต สส.พรรคประชาชน ได้เข้ามาร่วมสังเกตการณ์การรวมตัวกันในวันนี้ด้วย โดยเธอมองว่าผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางจะส่งผลต่อห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะภาคเกษตรและแรงงานที่มีต้นทุนรวมสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เธอหวังว่ารัฐบาลจะมีการออกมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงบทบาทในที่ประชุมสภาฯ ให้มีพื้นที่ในการหารือเรื่องนี้อย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพต่อไป
การเคลื่อนไหวในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความกังวลของภาคประชาสังคมต่อวิกฤตพลังงานที่กำลังทวีความรุนแรง และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้ประชาชนต้องเผชิญกับความยากลำบากมากขึ้นในอนาคต



