เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ในฐานะตัวแทนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวถ้อยแถลงถึงความสำเร็จของประเทศไทยในการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในหลากหลายด้าน ภายในการประชุม High-level Governmental Plenary Segment: Harnessing the Benefits of AI for All through Inclusive and Interoperable Approaches ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการประชุม Global Dialogue on AI Governance ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส
ไทยชูความสำเร็จ AI รับมือภัยพิบัติและภัยออนไลน์
นายไชยชนกกล่าวผ่านถ้อยแถลงว่า ความสำเร็จของไทยในการนำ AI มาประยุกต์ใช้ครอบคลุมหลายด้าน อาทิ การรับมือภัยพิบัติทางธรรมชาติ การป้องกันและปราบปรามภัยออนไลน์ การยกระดับการให้บริการของภาครัฐ โดยดำเนินการควบคู่กับธรรมาภิบาล AI ซึ่งรวมถึงการจัดตั้ง AI Governance Practice Center (AIGPC) การเป็นเจ้าภาพการประชุม UNESCO Global Forum on the Ethics of AI 2025 และการเป็นประธานการประชุมอาเซียนที่ผลักดันแนวทาง Expanded ASEAN Guide on AI Governance and Ethics - Generative AI
ชวน UN ใช้ไทยเป็น Sandbox ทดลอง AI
ในโอกาสนี้ ไทยได้เชิญชวนให้สหประชาชาติ (UN) และประเทศสมาชิก UN พิจารณาไทยเป็นพื้นที่ทดลองจริงสำหรับการประยุกต์ใช้ AI อย่างมีธรรมาภิบาล (real-world sandbox for AI governance) เพื่อเปิดโอกาสให้ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ และภาคประชาสังคม ร่วมกันทดสอบ แลกเปลี่ยนความรู้ และพัฒนารูปแบบการกำกับดูแลที่นำไปสู่การปฏิบัติจริงที่เหมาะสม
ขณะเดียวกัน ประเทศไทยยังเปิดกว้างสำหรับความร่วมมือและการใช้ AI อย่างมีความรับผิดชอบ และพร้อมทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางประสานความร่วมมือในการเปิดโอกาสให้ประเทศกำลังพัฒนามีบทบาทร่วมกันกำหนดอนาคตในการผลักดัน AI Governance
เน้นประโยชน์ประชาชนควบคู่ความไว้วางใจ
นายไชยชนกกล่าวในตอนท้ายว่า “ความสำเร็จของ AI ไม่ได้วัดจากความฉลาดของเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่วัดจากประโยชน์ที่ประชาชน สังคม และประเทศจะได้รับควบคู่กับความเชื่อมั่นและความไว้วางใจในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI อย่างมีธรรมาภิบาล”



