นายกฯ เศรษฐา สั่งปลดล็อกสกัดกั้นสินค้าเถื่อน ระบุ 3 หน่วยงานเร่งแก้ไข
นายกฯ เศรษฐา สั่งปลดล็อกสกัดสินค้าเถื่อน 3 หน่วยเร่งแก้

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ปลดล็อกกฎระเบียบต่างๆ ที่เป็นอุปสรรคต่อการปราบปรามสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และสินค้าเถื่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำเข้าสินค้าที่ผิดกฎหมายผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งกำลังสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจไทยเป็นอย่างมาก

3 หน่วยงานหลักรับลูกเร่งแก้ไข

นายกฯ ระบุให้ 3 หน่วยงานหลัก ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลัง และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา โดยให้ปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การปราบปรามมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้ นายกฯ ยังได้สั่งการให้มีการบูรณาการข้อมูลระหว่างหน่วยงานเพื่อติดตามและตรวจสอบสินค้าที่นำเข้าอย่างเข้มงวด

ความเสียหายทางเศรษฐกิจมหาศาล

จากการประมาณการของกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ พบว่ามูลค่าความเสียหายจากสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์และสินค้าเถื่อนในประเทศไทยสูงถึงกว่า 3 หมื่นล้านบาทต่อปี โดยเฉพาะสินค้าประเภทเครื่องสำอาง ยา และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการที่ถูกต้องตามกฎหมายและความปลอดภัยของผู้บริโภค

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

แนวทางปราบปรามเชิงรุก

นายกฯ ยังได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการปราบปรามในเชิงรุก โดยเฉพาะการตรวจสอบสินค้าที่นำเข้าผ่านช่องทางออนไลน์และไปรษณีย์ ซึ่งเป็นช่องทางหลักที่ผู้ค้าสินค้าเถื่อนใช้ในการหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ นอกจากนี้ ยังให้เร่งดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จัดจำหน่ายอย่างจริงจัง

ด้านนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมมาตรการเพิ่มเติมเพื่อป้องกันการนำเข้าสินค้าผิดกฎหมาย โดยจะประสานความร่วมมือกับกรมศุลกากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการตรวจสอบสินค้าที่มีประวัติต้องสงสัย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

การปรับปรุงกฎหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

นายกฯ ยังได้สั่งการให้มีการทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อเพิ่มโทษและอำนาจในการตรวจสอบและยึดสินค้าที่ละเมิดลิขสิทธิ์ รวมถึงการปรับปรุงกระบวนการทางศาลให้รวดเร็วขึ้น เพื่อให้การดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ นายกฯ เน้นย้ำว่าการปราบปรามสินค้าเถื่อนเป็นนโยบายสำคัญที่รัฐบาลให้ความสำคัญ เนื่องจากส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ความปลอดภัยของผู้บริโภค และภาพลักษณ์ของประเทศในเวทีโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการค้าระหว่างประเทศที่ไทยต้องปฏิบัติตามข้อตกลงทางการค้าระหว่างประเทศ