วิเคราะห์ผลกระทบการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างปี 2568
ผลกระทบภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างปี 2568

การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในปี 2568 จะเริ่มมีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบ โดยอ้างอิงจากราคาประเมินที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรอบใหม่ที่ประกาศใช้ตั้งแต่ปี 2566-2569 ซึ่งส่งผลให้ภาระภาษีของประชาชนและภาคธุรกิจเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละ 15-20 ตามการเปิดเผยของกรมธนารักษ์

ราคาประเมินที่ดินรอบใหม่เพิ่มขึ้น

ราคาประเมินที่ดินรอบปัจจุบัน (ปี 2566-2569) ปรับเพิ่มขึ้นจากรอบก่อนหน้าร้อยละ 8.6 โดยเฉลี่ยทั่วประเทศ โดยที่ดินในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีอัตราการเพิ่มสูงกว่าภูมิภาคอื่น โดยเฉพาะพื้นที่ตามแนวรถไฟฟ้าและเขตเศรษฐกิจใหม่ที่ราคาประเมินเพิ่มขึ้นสูงถึงร้อยละ 20-30

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า "การปรับราคาประเมินที่ดินเป็นไปตามกลไกตลาดและกฎหมายที่กำหนดให้ต้องมีการประเมินทุก 4 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและมูลค่าที่แท้จริงของทรัพย์สิน"

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

อัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง

ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมีอัตราก้าวหน้าตามมูลค่าทรัพย์สิน โดยแบ่งเป็น 4 ประเภทหลัก ได้แก่ ที่อยู่อาศัย ที่ดินว่างเปล่า พาณิชยกรรม และอุตสาหกรรม โดยที่อยู่อาศัยที่มีมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท ได้รับการยกเว้นภาษีสำหรับเจ้าของบ้านหลังแรก แต่บ้านหลังที่สองและหลังถัดไปต้องเสียภาษีในอัตราร้อยละ 0.02-0.10 ของมูลค่าประเมิน

สำหรับที่ดินว่างเปล่าที่ไม่ได้ทำประโยชน์ จะถูกจัดเก็บในอัตราร้อยละ 0.10-0.30 ของมูลค่าประเมิน ซึ่งสูงกว่าการใช้ประโยชน์อื่น เพื่อกระตุ้นให้มีการใช้ที่ดินอย่างมีประสิทธิภาพ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลกระทบต่อประชาชนและธุรกิจ

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า "การจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับท้องถิ่น แต่ต้องสร้างความเข้าใจให้ประชาชนเพื่อลดผลกระทบ" โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จะเป็นผู้จัดเก็บภาษีนี้เพื่อนำไปพัฒนาท้องถิ่น

ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และโรงงานอุตสาหกรรม จะได้รับผลกระทบจากภาษีที่เพิ่มขึ้น สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรรประเมินว่าต้นทุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยอาจเพิ่มขึ้นร้อยละ 5-10 ซึ่งอาจส่งผลให้ราคาขายปรับสูงขึ้น

แนวทางบรรเทาผลกระทบ

รัฐบาลได้กำหนดมาตรการบรรเทาผลกระทบ เช่น การลดหย่อนภาษีสำหรับที่อยู่อาศัยหลังแรกที่มีมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท และการผ่อนผันการชำระภาษีสำหรับผู้มีรายได้น้อย โดยสามารถผ่อนชำระได้สูงสุด 3 งวด โดยไม่เสียดอกเบี้ย

นอกจากนี้ กรมธนารักษ์ยังเปิดให้เจ้าของทรัพย์สินสามารถอุทธรณ์ราคาประเมินได้หากเห็นว่าราคาไม่เป็นธรรม โดยยื่นคำร้องภายใน 60 วันนับจากวันที่ได้รับแจ้งราคาประเมิน