วันที่ 30 มิถุนายน 2569 ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบ (ร่าง) แผนปฏิบัติการด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติ ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2566–2570 ตามที่คณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาเด็กและเยาวชนแห่งชาติเสนอ โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปขับเคลื่อนตามภารกิจ เพื่อให้การพัฒนาเด็กและเยาวชนทั่วประเทศเป็นไปในทิศทางเดียวกันอย่างมีประสิทธิภาพ
วิสัยทัศน์พลเมืองโลก
แผนปฏิบัติการฉบับนี้ขับเคลื่อนภายใต้วิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นให้เด็กและเยาวชนไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดี ได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ พร้อมเติบโตเป็น “พลเมืองไทยในพลเมืองโลก” ที่เพียบพร้อมด้วยความรู้ ทักษะ คุณธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคม สามารถปรับตัวเข้ากับกระแสการเปลี่ยนแปลงในศตวรรษที่ 21 ได้อย่างเท่าทัน โดยสาระสำคัญของแผนปฏิบัติการฉบับใหม่นี้ ได้ให้ความสำคัญกับการบ่มเพาะทักษะที่จำเป็นสำหรับโลกอนาคต โดยมุ่งเน้นในมิติหลัก ๆ ทั้งทักษะการคิดและการสื่อสารที่เน้นกระบวนการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์
ความปลอดภัยในโลกยุคใหม่
ส่งเสริมทักษะการใช้เทคโนโลยีและสื่อดิจิทัลอย่างรู้เท่าทันและปลอดภัย การพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องวางรากฐานให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning) คุณธรรมนำสังคมด้วยการปลูกฝังจิตสำนึกด้านคุณธรรม จริยธรรม และการเคารพความหลากหลายเพื่อการอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติ นอกจากนี้ แผนดังกล่าวจะมุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเติบโตของเด็กในทุกมิติ โดยดึงความร่วมมือจากทั้งสถาบันครอบครัว สถานศึกษา ชุมชน ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม ร่วมกันดูแลอย่างใกล้ชิด
การมีส่วนร่วมของเด็กและเยาวชน
ขณะเดียวกัน รัฐบาลพร้อมเปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและการพัฒนาสังคมตามช่วงวัย ควบคู่ไปกับการยกระดับระบบฐานข้อมูลและการติดตามประเมินผล เพื่อให้การขับเคลื่อนนโยบายเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม รัฐบาลให้ความสำคัญกับการลงทุนเพื่อเด็กและเยาวชน เพราะเด็กในวันนี้คือกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต แผนปฏิบัติการฉบับนี้จึงเป็นกรอบสำคัญที่จะช่วยให้ทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างเด็กและเยาวชนไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ มีภูมิคุ้มกัน พร้อมเรียนรู้ตลอดชีวิต และก้าวสู่การเป็นพลเมืองไทยในพลเมืองโลกที่สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกได้อย่างมั่นคง



