ข้อเสนอปรับสัญญาโครงการ TH-AI Passport
นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับโครงการ TH-AI Passport วงเงิน 1,600 ล้านบาท ซึ่งมีเป้าหมายให้ประชาชน 5 ล้านคนเข้าถึงเครื่องมือ AI หลังกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดรับฟังความคิดเห็นตามแนวทางของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี โดยได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่ารัฐควรจ่ายเงินให้บริษัทผู้ชนะประมูลตามการใช้งานจริงของประชาชน (Pay Per Active User)
จุดเปลี่ยนสำคัญของโครงการ
นายอรรถวิชช์กล่าวว่าแนวทางดังกล่าวเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของโครงการที่ยังไม่มีการเบิกจ่ายเงินหลวง โดยสัญญาเดิมเป็นการจ่ายแบบเหมารายปี หากประชาชนเลิกใช้งานกลางคัน รัฐก็ยังต้องจ่ายเต็มจำนวน แต่หากปรับเป็นคิดค่าใช้จ่ายรายเดือนตามการใช้งานจริงจะตรงไปตรงมากว่า "เดือนใดไม่มีการใช้งาน รัฐก็ไม่ต้องจ่ายเงินให้บริษัท" พร้อมมองว่าหากบริษัทมั่นใจในคุณภาพของโครงการ ก็ควรพร้อมปรับเงื่อนไขเพื่อให้รัฐและประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด
ข้อเสนอให้มหาวิทยาลัยรัฐนำร่อง
นายอรรถวิชช์เสนอว่ารัฐควรออกแบบการใช้งานให้คุ้มค่าสูงสุด โดยให้มหาวิทยาลัยของรัฐเปิดโครงการให้นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ประมาณ 200,000 คน เข้ารับการอบรมและเรียนรู้การใช้ AI ผ่าน 31 โมเดลในระบบ หากนักศึกษาสามารถใช้งานระบบได้เต็มศักยภาพ เพียง 1 ภาคการศึกษามูลค่าการใช้งานจะอยู่ที่ประมาณ 2,000 บาทต่อคนต่อเดือน ทำให้มีมูลค่าสูงถึง 1,600 ล้านบาทแล้ว ขณะที่หากคำนวณตามเป้าหมายเดิมที่มีผู้ใช้ 5 ล้านคนตลอด 1 ปี จะมีต้นทุนเฉลี่ยเพียงประมาณ 27 บาทต่อคนต่อเดือน
ประเด็นที่บริษัทกังวล
นายอรรถวิชช์เผยว่าสิ่งที่บริษัทกังวลไม่ใช่จำนวนคนใช้เยอะ แต่เป็นการที่ผู้ใช้สามารถดึงศักยภาพของ AI ทุกโมเดลออกมาใช้งานได้อย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะในภาคการศึกษาซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการใช้เครื่องมือเหล่านี้ได้คุ้มค่าที่สุด พร้อมย้ำว่า "หากระบบมีคุณภาพและตอบโจทย์ผู้ใช้จริง ย่อมมีผู้สนใจเข้าใช้งานเป็นจำนวนมาก บริษัทผู้ให้บริการก็ควรยอมปรับเงื่อนไขเป็นการคิดค่าบริการตามการใช้งานจริง"



