คนไทย 4.8 ล้านคนมีบัตรทอง 30 บาทรักษาทุกที่ ใช้สิทธิ์นอกเขตได้
คนไทย 4.8 ล้านคนใช้บัตรทอง 30 บาทรักษาทุกที่

สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยความคืบหน้าโครงการบัตรทอง 30 บาทรักษาทุกที่ ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลในการเพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพของประชาชน โดยล่าสุดมีผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์แล้วกว่า 4.8 ล้านคนทั่วประเทศ

โครงการบัตรทอง 30 บาทรักษาทุกที่คืออะไร

โครงการบัตรทอง 30 บาทรักษาทุกที่ เป็นการปรับปรุงสิทธิ์บัตรทองเดิมให้ประชาชนสามารถเข้ารับบริการในสถานพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการได้ทั่วประเทศ โดยไม่จำเป็นต้องมีใบส่งตัวจากหน่วยบริการประจำ (PCU) เหมือนเช่นที่ผ่านมา ซึ่งช่วยลดความยุ่งยากและเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ป่วย โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานหรืออาศัยอยู่นอกพื้นที่ขึ้นทะเบียน

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า "โครงการนี้เปิดโอกาสให้ผู้มีสิทธิ์บัตรทองสามารถใช้บริการที่ไหนก็ได้ในเครือข่ายที่ร่วมโครงการ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการส่งตัว ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้คนไม่กล้าไปหาหมอ"

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ตัวเลขผู้ลงทะเบียนและการขยายพื้นที่

ข้อมูล ณ เดือนมิถุนายน 2567 มีผู้ลงทะเบียนในโครงการแล้ว 4,800,000 คน คิดเป็นร้อยละ 10 ของผู้มีสิทธิ์บัตรทองทั้งหมด 48 ล้านคน โดยระยะแรกดำเนินการใน 4 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ แพร่ เพชรบุรี ร้อยเอ็ด และนราธิวาส ก่อนขยายไปอีก 8 จังหวัดในเดือนกรกฎาคม และตั้งเป้าครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วประเทศภายในปี 2568

ผลกระทบต่อระบบสาธารณสุข

โครงการนี้คาดว่าจะช่วยลดปัญหาคนไข้ล้นในโรงพยาบาลใหญ่ เนื่องจากผู้ป่วยสามารถเข้ารับบริการที่โรงพยาบาลใกล้บ้านหรือที่ทำงานได้มากขึ้น ลดภาระการเดินทางและค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ยังช่วยกระจายผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลปฐมภูมิและทุติยภูมิได้ดีขึ้น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

อย่างไรก็ตาม มีข้อกังวลเรื่องความพร้อมของสถานพยาบาลในพื้นที่ห่างไกล ทั้งบุคลากรและอุปกรณ์ ซึ่ง สปสช. ระบุว่ามีแผนพัฒนาร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง

ขั้นตอนการใช้งาน

ผู้ที่สนใจสามารถตรวจสอบสิทธิ์และลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง หรือที่หน่วยบริการปฐมภูมิใกล้บ้าน โดยเมื่อลงทะเบียนแล้วจะได้รับ QR Code สำหรับใช้ยืนยันตัวตนเมื่อไปรับบริการ สปสช. ยังแนะนำให้ประชาชนตรวจสอบรายชื่อสถานพยาบาลที่เข้าร่วมก่อนเดินทาง

นพ.จเด็จ กล่าวเพิ่มเติมว่า "เรามั่นใจว่าโครงการนี้จะช่วยให้คนไทยทุกคนเข้าถึงบริการสุขภาพที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียม ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ที่ไหน"