เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2567 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียม ในวาระแรก ด้วยคะแนนเสียงเห็นชอบ 400 เสียง ไม่เห็นชอบ 10 เสียง และงดออกเสียง 5 เสียง หลังจากการอภิปรายที่ยาวนานกว่า 4 ชั่วโมง โดยมีสาระสำคัญคือการเปิดโอกาสให้คู่รักเพศเดียวกันสามารถจดทะเบียนสมรสได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
รายละเอียดสำคัญของร่างกฎหมาย
ร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมนี้เป็นผลงานของคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล โดยมีนายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอต่อสภา สาระสำคัญของร่างกฎหมายคือการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1448 และมาตรา 1448/1 เพื่อเปลี่ยนคำว่า "ชาย" และ "หญิง" เป็น "บุคคล" ซึ่งจะทำให้คู่รักเพศเดียวกันสามารถสมรสกันได้ตามกฎหมาย รวมถึงมีสิทธิและหน้าที่เช่นเดียวกับคู่สมรสทั่วไป เช่น การรับมรดก การตัดสินใจทางการแพทย์ และการลดหย่อนภาษี
การอภิปรายในสภา
การอภิปรายในวันนี้เป็นไปอย่างเข้มข้น โดยมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านร่วมแสดงความคิดเห็น ฝ่ายที่สนับสนุนร่างกฎหมายเน้นย้ำถึงความเท่าเทียมกันของมนุษย์และสิทธิมนุษยชน ขณะที่ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยบางส่วนอ้างถึงประเด็นทางศาสนาและวัฒนธรรม อย่างไรก็ตาม เสียงส่วนใหญ่ของสภาเห็นด้วยกับหลักการของร่างกฎหมาย
ขั้นตอนต่อไป
หลังจากผ่านวาระแรกแล้ว ร่างกฎหมายจะถูกส่งต่อไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ซึ่งจะประกอบด้วยตัวแทนจากทุกพรรคการเมืองและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย เพื่อพิจารณารายละเอียดและแก้ไขเพิ่มเติมก่อนนำเสนอต่อสภาอีกครั้งในวาระสองและสาม จากนั้นจึงส่งต่อให้วุฒิสภาพิจารณาต่อไป คาดว่ากระบวนการทั้งหมดจะใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน
ปฏิกิริยาจากสังคม
กลุ่มผู้สนับสนุนความหลากหลายทางเพศและองค์กรสิทธิมนุษยชนต่างแสดงความยินดีต่อความคืบหน้านี้ โดยมองว่าเป็นก้าวสำคัญของสังคมไทยในการยอมรับความเท่าเทียมทางเพศ อย่างไรก็ตาม ยังมีกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยบางส่วนที่แสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสถาบันครอบครัว
นายสมชาย ปรีชาเจริญ นักวิชาการด้านกฎหมาย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า "การผ่านร่างกฎหมายนี้ในวาระแรกเป็นสัญญาณที่ดีของสังคมไทย แต่ยังต้องติดตามการพิจารณาในขั้นตอนต่อไป โดยเฉพาะในวุฒิสภาที่อาจมีการแก้ไขเพิ่มเติม"



