นายสหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี พรรคประชาชน ออกมาแสดงความเห็นกรณีเอกอัครราชทูตจีนขอคนไทยหลีกเลี่ยงใช้คำว่า “จีนเทา” และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเตรียมยกเลิกฟรีวีซ่า 60 วัน เหลือ 30 วัน โดยชี้ว่าปัญหาจีนเทาไม่ได้เกิดจากชาวต่างชาติที่เข้ามา แต่เกิดจากความอ่อนแอของรัฐไทยในการกำกับดูแล
จีนเทาไม่ได้เติบโตเพราะฟรีวีซ่า
นายสหัสวัตกล่าวว่า จีนเทาเติบโตเพราะรัฐไทยแจกสิทธิให้ทุน โดยไม่มีกลไกกำกับดูแลที่เข้มแข็งเพียงพอ การยกเลิกฟรีวีซ่า 60 วันดูเผินๆ เหมือนกำลังแก้ปัญหา แต่ประชาชนจำนวนมากเข้าใจผิดว่าคนจีนจะต้องกลับไปขอวีซ่า ซึ่งข้อเท็จจริงคือไทยกับจีนยังมีความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราที่มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2567 ยังคงมีผลอยู่ คนจีนยังเดินทางเข้าไทยได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าเช่นเดิม
ข้อเท็จจริงที่รัฐบาลควรสื่อสาร
สิ่งที่รัฐบาลปรับคือมาตรการ Visa Exemption สำหรับ 93 ประเทศและดินแดน โดยปรับระยะเวลาพำนักจาก 60 วันเหลือ 30 วัน ไม่ใช่การยกเลิกความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราไทย-จีน คนจีนยังเข้าไทยได้โดยไม่ต้องขอวีซ่าตามความตกลงเดิม นายสหัสวัตย้ำว่าจีนเทาไม่ได้เติบโตที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง แต่เติบโตในทะเบียนบริษัท โครงสร้างผู้ถือหุ้น บัญชีธนาคาร ตลาดอสังหาริมทรัพย์ พื้นที่ EEC โครงการที่ได้รับสิทธิจาก BOI และช่องว่างระหว่างการส่งเสริมการลงทุนกับการกำกับดูแลหลังให้สิทธิ
ตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพการกำกับดูแล
นายสหัสวัตตั้งคำถามว่า กลไกกำกับดูแลหลังการส่งเสริมการลงทุนมีประสิทธิภาพเพียงใด มีการตรวจสอบเชิงรุกมากน้อยแค่ไหน และเชื่อมโยงข้อมูลระหว่าง BOI กรมที่ดิน กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมสรรพากร และ ปปง. ได้จริงหรือไม่ รวมถึงโครงการที่ได้รับการส่งเสริมแต่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขมีจำนวนเท่าใด มีการเพิกถอนสิทธิหรือเรียกคืนสิทธิประโยชน์กี่ราย และตรวจสอบนอมินีหรือการใช้ที่ดินผิดเงื่อนไขอย่างเป็นระบบหรือไม่
ข้อเสนอ 8 ข้อต่อรัฐบาล
นายสหัสวัตเสนอ 8 ข้อเพื่อแก้ปัญหาจีนเทาอย่างจริงจัง ได้แก่ 1. เปิดเผยรายงานติดตามโครงการ BOI หลังได้รับการส่งเสริม 2. เปิดเผยจำนวนโครงการที่ถูกเพิกถอนสิทธิ 3. ตรวจสอบการถือครองที่ดินของกิจการที่ได้รับ BOI 4. ปราบนอมินีเชิงรุก โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC 5. ประเมิน Local Content และการถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างเป็นรูปธรรม 6. ประเมิน EEC จากคุณภาพการลงทุน ไม่ใช่แค่มูลค่าเงินลงทุน 7. แยกนโยบายตรวจคนเข้าเมืองออกจากการปราบอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ 8. สร้างฐานข้อมูลร่วมกันทุกหน่วยงานเพื่อตรวจสอบนอมินีและเส้นทางการเงิน
สื่อสารกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมา
นายสหัสวัตแนะนำให้รัฐสื่อสารกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมา ไม่ทำให้ประชาชนเข้าใจว่าการทบทวนฟรีวีซ่าเท่ากับการปราบจีนเทา เพราะความจริงคือจีนเทาไม่ได้กลัวการลดวันพำนัก แต่กลัวรัฐที่ตรวจสอบเส้นทางการเงินจริง ตรวจสอบนอมินีจริง ตรวจสอบการใช้ที่ดินจริง เพิกถอนสิทธิประโยชน์เมื่อพบการกระทำผิดจริง และบังคับใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคกับทุกคน หากรัฐยังไม่แก้ที่ต้นตอ ต่อให้ลดระยะเวลาพำนักจาก 60 วันเหลือ 30 วัน ปัญหาจีนเทาก็ยากจะหมดไป เพราะต้นเหตุอยู่ที่ช่องโหว่ในการกำกับดูแลของรัฐไทยต่างหาก



