เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2567 ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ได้เดินทางไปยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้วินิจฉัยกรณีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จำนวน 43 คน มีการถือหุ้นในบริษัทสื่อมวลชน ซึ่งอาจเข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 98 ที่ห้ามมิให้ สส. ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ
รายละเอียดคำร้อง
ทนายรณณรงค์เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พบว่ามี สส. จำนวน 43 คน ที่ถือหุ้นในบริษัทสื่อมวลชน ซึ่งรวมถึงบริษัทที่ประกอบกิจการโทรทัศน์ วิทยุ และสื่อออนไลน์ โดยบางรายถือหุ้นในสัดส่วนที่สูงเกินกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญมาตรา 98 ระบุชัดเจนว่า “สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องไม่เป็นผู้ถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ” หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการถือหุ้นดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญ อาจส่งผลให้ สส. เหล่านั้นพ้นจากตำแหน่ง
รายชื่อ สส. ที่ถูกกล่าวหา
ทนายรณณรงค์ไม่ได้เปิดเผยรายชื่อทั้งหมด แต่ยืนยันว่ามีทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน โดยแบ่งเป็น สส. จากพรรคเพื่อไทย 18 คน พรรคก้าวไกล 12 คน พรรคภูมิใจไทย 6 คน พรรคประชาธิปัตย์ 4 คน และพรรคอื่นๆ อีก 3 คน อย่างไรก็ตาม ทนายรณณรงค์กล่าวว่า “เรามีหลักฐานชัดเจน และพร้อมนำเสนอต่อศาล”
ปฏิกิริยาจากฝ่ายการเมือง
ด้านนายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้วินิจฉัย และขอให้ทุกฝ่ายรอผลการตัดสินของศาล ขณะที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส. พรรคก้าวไกล กล่าวว่า “พรรคก้าวไกลยินดีให้ตรวจสอบ และหากพบว่ามีการกระทำผิดจริง ก็พร้อมรับผิดชอบ”
ทนายรณณรงค์คาดว่าศาลรัฐธรรมนูญจะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 30 วัน ก่อนจะมีคำวินิจฉัย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎร



