กระแสในโลกออนไลน์ที่แชร์ข้อมูลว่า “ภริยาด่าสามีต่อหน้าเพื่อน มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท” ทำให้หลายคนตื่นตัวและกังวลเกี่ยวกับข้อกฎหมาย ล่าสุดสำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมได้ออกมาตรวจสอบและให้ข้อเท็จจริงเพื่อให้ประชาชนเข้าใจอย่างถูกต้อง
ความผิดฐานหมิ่นประมาทตามกฎหมาย
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 326 บัญญัติว่า “ผู้ใดใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นนั้นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาท ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ” ดังนั้นการด่าทอคู่สมรสต่อหน้าบุคคลที่สามอาจเข้าข่ายความผิดนี้ หากถ้อยคำที่กล่าวทำให้เสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง
ลักษณะคำพูดที่เข้าข่ายหมิ่นประมาท
การจะเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท ถ้อยคำต้องส่งผลให้ผู้ถูกพาดพิงเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง โดยเฉพาะเรื่องความประพฤติชั่วหรือทุจริต ความประพฤติเสื่อมเสียทางเพศ หน้าที่การงาน หรือฐานะทางการเงิน เช่น การกล่าวหาว่าสามีมีชู้หรือทุจริตในการทำงานต่อหน้าเพื่อน อาจเข้าข่ายความผิด
ไม่ใช่ทุกกรณีจะมีความผิด
สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรมระบุว่า ไม่ใช่การด่าทอคู่สมรสทุกกรณีจะเป็นความผิดฐานหมิ่นประมาท การตัดสินขึ้นอยู่กับอำนาจศาล ซึ่งจะพิจารณาจากถ้อยคำที่ใช้ สื่อที่ใช้ บริบทและพฤติการณ์ ณ เวลานั้น ว่าเจตนาทำให้สูญเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือเกลียดชังจริงหรือไม่ โดยพิจารณาเป็นรายกรณี
ตัวอย่างและข้อควรระวัง
หากคู่สมรสกล่าวหาหรือด่าทอกันในที่สาธารณะหรือต่อหน้าผู้อื่นด้วยถ้อยคำรุนแรง เช่น “เป็นคนขี้โกง” “มีชู้” หรือ “ไร้ความสามารถ” อาจถูกฟ้องหมิ่นประมาทได้ แต่หากเป็นการพูดในเชิงทะเลาะวิวาทธรรมดาโดยไม่มีเจตนาทำให้เสียชื่อเสียง ศาลอาจไม่ถือว่าผิด ประชาชนควรระมัดระวังการใช้คำพูด โดยเฉพาะต่อหน้าบุคคลที่สาม เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทางกฎหมาย



