วันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ครอบครัวของ นรต. ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ 'น้องเมย' พร้อมทนายความ เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อนายรังสิมันต์ โรม ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีการเสียชีวิตของน้องเมย เนื่องจากครอบครัวยังคงเคลือบแคลงสงสัยในสาเหตุการเสียชีวิต และกระบวนการยุติธรรมที่ล่าช้ามานานเกือบ 10 ปี
สองประเด็นหลักที่ครอบครัวยื่นร้องเรียน
ทนายความของครอบครัวเปิดเผยว่า การยื่นร้องเรียนต่อ กมธ.กฎหมายฯ ในครั้งนี้ แบ่งออกเป็น 2 ประเด็นหลัก คือ
ประเด็นแรก: มาตรการลงโทษทางวินัยของรุ่นพี่ ศาลอาญาสูงสุดมีคำพิพากษาเมื่อกลางปีที่แล้วลงโทษอดีตนักเรียนเตรียมทหารที่เป็นผู้บังคับบัญชา 1 ราย ในความผิดฐานทำร้ายร่างกายฯ จากการ 'ธำรงวินัย' ผิดสถานที่และผิดท่า ด้วยการสั่งเอาหัวปักพื้นมือไขว้หลังในห้องน้ำ ซึ่งปัจจุบันรุ่นพี่รายนี้ได้รับราชการเป็นตำรวจแล้ว ทางครอบครัวเคยทวงถามไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ถึงมาตรการลงโทษทางวินัยและการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจรายนี้ แต่กลับไร้การชี้แจง
ประเด็นที่สอง: ปมใบรับรองแพทย์และอวัยวะที่หายไป ครอบครัวได้แจ้งความดำเนินคดีกับนายแพทย์ทหารรายหนึ่งที่ สน.พญาไท เนื่องจากเป็นผู้รับศพไปชันสูตรที่ รพ.พระมงกุฎเกล้า และวินิจฉัยว่าเสียชีวิตด้วย 'โรคหัวใจ' ทั้งที่น้องเมยไม่มีโรคประจำตัว ต่อมาเมื่อส่งศพไปผ่าพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวชภายนอกกลับพบว่า 'สมอง หัวใจ และกระเพาะอาหาร' หายไป และเมื่อทวงคืนอวัยวะมาได้ ก็ไม่สามารถตรวจหาดีเอ็นเอได้เนื่องจากถูกทำลายไปแล้ว ซึ่งคดีนี้ไม่มีความคืบหน้ามาตั้งแต่ปี 2563 ครอบครัวกังวลว่าคดีนายแพทย์ทหารอาจถูกสั่งไม่ฟ้องในชั้นศาลทหาร เนื่องจาก พ.ร.บ.ธรรมนูญศาลทหาร ไม่เปิดโอกาสให้มารดาซึ่งเป็นพลเรือนเข้าเป็นโจทก์ร่วมได้ ต้องพึ่งพาอัยการทหารเท่านั้น ทำให้ยากต่อการตรวจสอบ
แม่น้องเมยหลั่งน้ำตารอคอยความยุติธรรม 9 ปี
นางสุกัลยา ตัญกาญจน์ มารดาของน้องเมย กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตลอด 9 ปีที่ผ่านมาพยายามหาความจริงทุกวิถีทางแต่กลับเจอทางตันมาโดยตลอด หากศาลทหารสั่งไม่ฟ้องคดีก็คงต้องจบลงตามอายุความโดยที่ไม่มีใครรู้สาเหตุที่แท้จริง ทั้งที่ผลชันสูตรครั้งที่ 2 มีความเชื่อมโยงชัดเจน
'หัวอกคนเป็นแม่เห็นภาพทุกอย่างมันเจ็บอยู่ในใจ โกรธตัวเองที่ทำอะไรไม่ได้ ตอนนี้ความรู้สึกเหมือนเราลอยอยู่กลางทะเล แล้วมีขอนไม้ลอยมาให้เกาะ คือกรรมาธิการกฎหมายชุดนี้เราก็ต้องคว้าไว้ ไม่รู้ว่าเขาจะผลักเราไปถึงฝั่งไหม แต่เมื่อโอกาสมาถึงเราก็ต้องไขว่คว้า' นางสุกัลยา กล่าว
รังสิมันต์ โรม รับปากเดินหน้าหาความจริง
ด้านนายรังสิมันต์ โรม ประธาน กมธ.กฎหมายฯ กล่าวว่า เคสนี้เป็นเรื่องที่แทบจะหาความเป็นธรรมไม่ได้เลย หากคดีที่สังคมจับตามองขนาดนี้ยังไม่ได้รับความยุติธรรม ในวันข้างหน้ากระบวนการยุติธรรมไทยคงมีแต่เครื่องหมายคำถาม และไม่รู้ว่าจะต้องมีอีกกี่ศพที่ต้องสูญเสีย ตนจะนำเรื่องเข้าหารือกับ สส. ในกรรมาธิการเพื่อวางแนวทางขับเคลื่อน พร้อมทั้งทำหนังสือขอข้อมูลความคืบหน้าจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ต่อไป โดยขอให้ครอบครัวมั่นใจว่าจะไม่มีผู้มีอิทธิพลคนไหนมากดดันหรือแทรกแซงการทำงานของกรรมาธิการชุดนี้ได้อย่างแน่นอน



