นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ โฆษกกระทรวงพลังงาน โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงกรณีนายกรณ์ จาติกวณิช ให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับการลดราคาน้ำมัน โดยระบุว่า การลดราคาครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการใช้กองทุนน้ำมันมาชดเชยราคา แต่เป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายกำหนดเพดานราคาขายปลีกน้ำมันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ไทย
สาระสำคัญของมติ กบง. ครั้งประวัติศาสตร์
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ใช้อำนาจตาม พ.ร.ก. ปี 2516 ของนายกรัฐมนตรี กำหนดเพดานราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินและดีเซลไม่เกิน 35 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นการแทรกแซงกลไกตลาดเพื่อคุ้มครองประชาชน โดยไม่ใช่การนำเงินกองทุนน้ำมันมาใช้แบบ "กระเป๋าซ้าย-กระเป๋าขวา" ตามที่กลุ่มการเมืองและนักวิจารณ์บางกลุ่มกล่าวอ้าง
ดึงกำไรส่วนเกินโรงกลั่นกว่า 1,700 ล้านบาท
กระทรวงพลังงานยังดึง "ผลประโยชน์ส่วนเกิน" จากโรงกลั่นกลับมาแบ่งเบาภาระประชาชนรอบนี้ประมาณ 1,700 ล้านบาท รวมกับรอบก่อนรวมกว่า 10,000 ล้านบาท เงินก้อนนี้ไม่ใช่ภาษีประชาชน ไม่ใช่เงินกู้ และไม่ใช่เงินจากกองทุนน้ำมัน แต่เป็นกำไรส่วนเกินในห่วงโซ่พลังงานที่นำมาช่วยลดค่าครองชีพ
ผลลัพธ์การลดราคาน้ำมันทันที
ราคาน้ำมันปรับลดลงทันที โดยเบนซินและแก๊สโซฮอล์ลดประมาณ 2.51 บาท/ลิตร ดีเซลลดประมาณ 2.56 บาท/ลิตร นายพงศ์พลกล่าวว่า "การลดราคาครั้งนี้มีฐานอำนาจทางกฎหมาย และมีองค์ประกอบมากกว่าการใช้กองทุนน้ำมันตามที่มีการเข้าใจกัน" พร้อมย้ำว่ารัฐบาลพร้อมใช้ทุกเครื่องมือทางกฎหมายเพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด



