นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยถึงการปกป้องคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศว่า กรมมุ่งเสริมสร้างความรู้แก่ผู้ประกอบการว่า ควรต้องจดทะเบียนคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาก่อนส่งออกหรือนำสินค้าเข้าร่วมงานแสดงในต่างประเทศ เช่น จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าสำหรับแบรนด์ และสิทธิบัตรสำหรับเทคโนโลยีและนวัตกรรมในประเทศที่เป็นเป้าหมายตลาดส่งออก รวมทั้งปกป้องสิทธิเมื่อพบการละเมิดในต่างประเทศ ซึ่งที่ผ่านมา กรมใช้ความร่วมมือที่มีอยู่กับหน่วยงานทรัพย์สินทางปัญญาของต่างประเทศช่วยแก้ปัญหา โดยเฉพาะกรณีละเมิดเครื่องหมายการค้า
ข้อแนะนำสำหรับผู้ประกอบการไทยก่อนส่งออก
นางอรมน กล่าวว่า "ผู้ประกอบการที่มีแผนจะส่งออก ควรจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในประเทศเป้าหมาย เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นไปยื่นหรือดักจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าที่เหมือนหรือคล้ายกับเครื่องหมายการค้าของตน รวมทั้งป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นหากผู้อื่นนำเครื่องหมายการค้าของตนไปใช้ประโยชน์โดยไม่ขออนุญาต"
นอกจากนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการที่นำสินค้าไปแสดงหรือจำหน่ายในงานแสดงสินค้าระหว่างประเทศว่าจะไม่ถูกละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ขอแนะนำให้ผู้จัดงานแสดงสินค้ากำหนดนโยบายและเงื่อนไขให้กับสินค้าที่จะนำมาแสดงในงานว่าจะต้องไม่ปลอม เลียนแบบ หรือแอบอ้างเครื่องหมายการค้าอื่น ที่อาจก่อให้เกิดความสับสนหลงผิดได้ รวมทั้งจัดให้มีกระบวนการรับแจ้งเมื่อพบการละเมิด และดำเนินการกับผู้ละเมิดอย่างรวดเร็วเมื่อได้รับการร้องเรียนจากเจ้าของสิทธิ โดยอาจระงับการจัดแสดงสินค้าชั่วคราวหรือดำเนินมาตรการอื่นที่เหมาะสม
วิธีรับมือเมื่อแบรนด์ไทยถูกก็อปปี้ในต่างแดน
หากผู้ประกอบการไทยพบว่าเครื่องหมายการค้าของตนถูกละเมิด หรือพบว่ามีผู้อื่นนำแบรนด์ที่เหมือนหรือคล้ายกันไปยื่นจดทะเบียนในต่างประเทศ สิ่งที่ต้องรีบทำคือยื่นคัดค้าน รีบยื่นคำร้องคัดค้านการจดทะเบียนดังกล่าวตามกรอบระยะเวลาของกฎหมายประเทศนั้นๆ และประสานหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในท้องถิ่นเพื่อกวาดล้างสินค้าละเมิดสิทธิ โดยมีกรมทรัพย์สินทางปัญญาคอยเป็นหน่วยงานกลางสนับสนุนข้อมูลและประสานงานให้
ระบบมาดริด (Madrid Protocol) ยื่นครั้งเดียว คุ้มครอง 132 ประเทศ
เพื่อช่วยลดภาระและอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) กรมทรัพย์สินทางปัญญาได้แนะนำให้ใช้ประโยชน์จาก "ระบบมาดริด" (Madrid Protocol) ซึ่งเป็นระบบการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าระหว่างประเทศที่ทรงประสิทธิภาพ ข้อดีของระบบมาดริดคือ ผู้ประกอบการสามารถยื่นคำขอจดทะเบียนเพียง "คำขอเดียว ภาษาเดียว และจ่ายค่าธรรมเนียมชุดเดียว" แต่สามารถเลือกขอรับความคุ้มครองเครื่องหมายการค้าครอบคลุมได้ถึง 132 ประเทศสมาชิกทั่วโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป จีน ญี่ปุ่น และออสเตรเลีย ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายและลดขั้นตอนซับซ้อนได้อย่างมาก
นอกจากนี้ ทางกรมฯ ยังมีโครงการ "Trademark Monitor" ซึ่งเปิดรับสมัครผู้ประกอบการ SMEs ไทยเข้าร่วมระบบเฝ้าระวัง เพื่อตรวจสอบว่าแบรนด์ไทยถูกนำไปแอบอ้างจดทะเบียนในต่างประเทศหรือไม่ ช่วยให้เจ้าของสิทธิคนไทยสามารถไหวตัวทันและยื่นคัดค้านได้ตามกระบวนการกฎหมายได้อย่างทันท่วงที



