ปชป.ชี้ 4 ปมไม่รับร่างกฎหมายสันติสุข ส่อเอื้อคดีฮั้ว สว.
ปชป.ชี้ 4 ปมไม่รับร่างกฎหมายสันติสุข ส่อเอื้อฮั้ว สว.

นายพงศกร ขวัญเมือง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยถึงจุดยืนของพรรคต่อร่างพระราชบัญญัติสร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ. ... ว่า พรรคประชาธิปัตย์ลงมติไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายดังกล่าว โดยมีเหตุผลสำคัญ 4 ประเด็นหลัก สอดคล้องกับการอภิปรายของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569

ประเด็นที่ 1: ไม่นิรโทษมาตรา 112

นายพงศกรยืนยันว่าร่าง พ.ร.บ.นี้ไม่ได้มีการนิรโทษกรรมให้กับผู้กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานที่พรรคให้ความสำคัญมาโดยตลอด

ประเด็นที่ 2: เปิดทางฟื้นฟูเยาวชน

พรรคประชาธิปัตย์เห็นว่าสำหรับผู้กระทำความผิดที่เป็นเยาวชน ควรมีทางเลือกในการเข้าสู่กระบวนการบำบัดฟื้นฟู โดยเฉพาะเยาวชนที่สำนึกผิด เพื่อให้ได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและเกิดความเข้าใจที่กระจ่างขึ้น

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ประเด็นที่ 3: กระบวนการฟื้นฟูต้องสมัครใจ

นายพงศกรชี้แจงว่ากระบวนการบำบัดฟื้นฟูควรตั้งอยู่บนความสมัครใจ หากเยาวชนไม่ร้องขอ ก็ไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการ และไม่ว่าเยาวชนจะเข้ารับการฟื้นฟูหรือไม่ ก็ไม่ได้รับการนิรโทษกรรมในมาตรา 112 อยู่ดี การตัดช่องทางนี้จึงไม่เป็นประโยชน์ต่อการสร้างสันติสุขในอนาคต

ประเด็นที่ 4: ท้ายกฎหมายส่อเอื้อฮั้ว สว.

นายพงศกรชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติในบัญชีท้ายพระราชบัญญัติที่มีการระบุฐานความผิดเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เข้าไปด้วย ซึ่งตามหลักการทั่วไป กฎหมายเกี่ยวกับการเลือกตั้งเป็นเรื่องของการทุจริตและการให้ใบเหลือง-ใบแดงที่อยู่ในเขตอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) การนำฐานความผิดนี้มาผูกโยงในร่างกฎหมายสันติสุข ย่อมถูกสังคมตั้งคำถามว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อกรณีข้อกล่าวหาฮั้ว สว. หรือไม่

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นายพงศกรระบุเพิ่มเติมว่านายอภิสิทธิ์ได้ทักท้วงกลางสภาว่าประเด็นดังกล่าวอาจกลายเป็นชนวนเหตุใหม่ที่บานปลายไปสู่การใช้อำนาจของนักการเมืองด้วยกันเอง เพราะหากสส.ให้ความเห็นชอบร่างกฎหมายที่มีลักษณะเช่นนี้ ย่อมถูกมองว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมีความขัดกันแห่งผลประโยชน์ ซึ่งต้องห้ามตามมาตรา 114 แห่งรัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ พรรคประชาธิปัตย์จึงลงมติไม่เห็นด้วยเพื่อรักษาหลักการที่ถูกต้องของบ้านเมือง