ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์นัดฟังคำวินิจฉัยคดียุบพรรคก้าวไกลในวันที่ 7 สิงหาคม 2567 เวลา 15.00 น. หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องให้ยุบพรรคเนื่องจากมีพฤติกรรมเข้าข่ายล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยศาลเห็นว่าพยานหลักฐานเพียงพอต่อการวินิจฉัย
ปมขัดแย้งเรื่องแก้ไขมาตรา 112
คดีนี้สืบเนื่องมาจากการที่พรรคก้าวไกลเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 หรือกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยไว้ก่อนหน้านี้ว่าเป็นการล้มล้างการปกครอง เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา โดยคำวินิจฉัยดังกล่าวเป็นชนวนให้ กกต. ยื่นเรื่องต่อศาลเพื่อขอให้ยุบพรรคก้าวไกลตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 92
กรรมการก้าวไกลเสี่ยงถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
หากศาลวินิจฉัยให้ยุบพรรค คณะกรรมการบริหารพรรคก้าวไกลที่มีตำแหน่งอยู่ในช่วงที่กระทำความผิดจะถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 10 ปี ซึ่งรวมถึงนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค และนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค โดยปัจจุบันพรรคก้าวไกลมี ส.ส. 148 คน และเป็นพรรคอันดับหนึ่งในการเลือกตั้งปี 2566
พรรคก้าวไกลยืนยันต่อสู้คดี
นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล กล่าวว่า พรรคได้เตรียมพยานหลักฐานและข้อต่อสู้อย่างเต็มที่เพื่อแสดงให้เห็นว่าการดำเนินการของพรรคเป็นไปตามกรอบรัฐธรรมนูญและกฎหมาย พร้อมย้ำว่าพรรคไม่ได้มีเจตนาล้มล้างการปกครอง แต่ต้องการปฏิรูปสถาบันให้มีความโปร่งใสและเป็นธรรมมากขึ้น
ผลกระทบต่อการเมืองไทย
การยุบพรรคก้าวไกลอาจส่งผลให้เกิดสุญญากาศทางการเมือง เนื่องจากพรรคก้าวไกลเป็นแกนนำฝ่ายค้านและมีฐานเสียงสนับสนุนจำนวนมาก โดยเฉพาะในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงระบบ นักวิเคราะห์มองว่าการยุบพรรคอาจนำไปสู่การประท้วงและความไม่สงบทางการเมือง ขณะที่รัฐบาลยืนยันว่ากระบวนการยุติธรรมดำเนินไปตามกฎหมาย
ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้เชิญคู่กรณีทั้งสองฝ่ายและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ารับฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 7 สิงหาคม 2567 ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสดผ่านช่องทางของศาลฯ และสื่อมวลชน



