ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์วินิจฉัยว่าการถือหุ้นของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) ไม่เป็นการฝ่าฝืนมาตรา 151 ของรัฐธรรมนูญ และไม่ทำให้สมาชิกภาพของนายพิธาสิ้นสุดลง โดยศาลยังมีคำสั่งไม่เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนายพิธาแต่อย่างใด
ปมถือหุ้นไอทีวีถูกกล่าวหา
นายพิธาถูกกล่าวหาว่าถือหุ้นในบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นกิจการสื่อมวลชน ต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ที่บัญญัติว่า ส.ส.ต้องไม่เป็นเจ้าของหรือถือหุ้นในกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ การถือหุ้นดังกล่าวอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายและทำให้สมาชิกภาพของนายพิธาสิ้นสุดลง
ศาลชี้แจงเหตุผล
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า บริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) ไม่ได้ประกอบกิจการสื่อมวลชนอีกต่อไป เนื่องจากถูกเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ตั้งแต่ปี 2550 และไม่มีรายได้จากกิจการสื่อมวลชน การถือหุ้นของนายพิธาจึงไม่ขัดต่อมาตรา 151
นอกจากนี้ ศาลยังวินิจฉัยว่าการถือหุ้นดังกล่าวไม่เป็นเหตุให้สมาชิกภาพของนายพิธาสิ้นสุดลงตามมาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 151 และไม่ต้องเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามมาตรา 98 (3) ของรัฐธรรมนูญ
ผลกระทบต่อการเมือง
คำวินิจฉัยนี้ถือเป็นชัยชนะของนายพิธาและพรรคก้าวไกล เนื่องจากนายพิธาถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืนกฎหมายตั้งแต่ช่วงการเลือกตั้ง และอาจส่งผลต่อสถานะทางการเมืองของเขา อย่างไรก็ตาม นายพิธายังคงต้องเผชิญกับคดีอื่นๆ อีกหลายคดี โดยเฉพาะคดีที่เกี่ยวข้องกับการถือหุ้นของบริษัทอื่นๆ
ด้านนายพิธาให้สัมภาษณ์หลังทราบคำวินิจฉัยว่า “ผมรู้สึกโล่งใจที่ศาลได้วินิจฉัยตามข้อเท็จจริงและกฎหมาย ผมพร้อมที่จะทำงานเพื่อประชาชนต่อไป”



