วิธีเช็กสถานะบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ทางเว็บไซต์ ก่อนประกาศผล 17 ก.ค.
เช็กสถานะบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 ทางเว็บไซต์ ก่อน 17 ก.ค.

กระทรวงการคลังจะประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนยืนยันสิทธิทั้งรายเดิมและกลุ่มผู้ตกสำรวจฯ ที่ลงทะเบียนโดยกระทรวงมหาดไทยในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ผ่านเว็บไซต์โครงการฯ แอปพลิเคชันเป๋าตัง แอปพลิเคชันทางรัฐ และหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร ตามข้อมูลจากเว็บไซต์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

วิธีตรวจสอบสถานะลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569

ผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบสถานะล่าสุดได้ทางเว็บไซต์ https://welfare.mof.go.th หรือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th โดยมีขั้นตอนดังนี้

  • เข้าไปที่หน้าเว็บไซต์ดังกล่าว
  • คลิกเลือกเมนู "ตรวจสอบสถานะการลงทะเบียน"
  • เลือก "ตรวจสอบข้อมูลด้วย Digital ID" หรือ "ตรวจสอบข้อมูลด้วยเลขบัตรประจำตัวประชาชน"
  • กรอกรายละเอียดและคลิก "ตรวจสอบข้อมูล"
  • หน้าจอขึ้นแสดงผลการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ

สิทธิประโยชน์จากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้รับสิทธิประโยชน์ในการบรรเทาภาระค่าครองชีพ ได้แก่ ค่าอุปโภคบริโภคจากร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น (ร้านธงฟ้าฯ) ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าก๊าซหุงต้ม ค่าไฟฟ้า และค่าน้ำประปา โดยมีรายละเอียดดังนี้

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • วงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษาและวัตถุดิบเพื่อเกษตรกรรม จากร้านธงฟ้าฯ และร้านอื่น ๆ ตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด จำนวน 300 บาทต่อคนต่อเดือน
  • วงเงินส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้มจากร้านค้าตามที่กระทรวงพลังงานกำหนด จำนวน 80 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน
  • วงเงินค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ จำนวน 750 บาทต่อคนต่อเดือน โดยสามารถใช้โดยสารได้กับระบบขนส่ง 8 ประเภท ได้แก่ รถองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) รถบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) รถไฟฟ้า BTS รถไฟฟ้า MRT และรถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน รถไฟ รถเอกชนร่วม ขสมก. รถเอกชน และส่วนราชการกรุงเทพมหานคร รถเอกชนร่วม บขส. และรถเอกชน รถสองแถวรับจ้าง เรือโดยสารสาธารณะ โดยไม่จำกัดวงเงินตามประเภทรถ
  • มาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้า อุดหนุนค่าไฟฟ้าจำนวน 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีที่ใช้ไฟฟ้าเกินวงเงินที่กำหนดผู้มีสิทธิฯ จะเป็นผู้รับภาระค่าไฟฟ้าทั้งหมด
  • มาตรการบรรเทาภาระค่าน้ำประปา อุดหนุนค่าน้ำประปา จำนวน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีที่ใช้น้ำประปาเกิน 100 บาท แต่ไม่เกิน 315 บาท ผู้มีสิทธิฯ ยังคงได้รับการสนับสนุนในวงเงิน 100 บาท และจะต้องชำระส่วนที่เกิน 100 บาท ด้วยตนเอง แต่หากผู้มีสิทธิฯ มีการใช้น้ำประปาเกิน 315 บาท ผู้มีสิทธิฯ จะเป็นผู้รับภาระค่าน้ำประปาทั้งหมด

ประกาศผลและเริ่มใช้สิทธิ

การประกาศผลตรวจสอบคุณสมบัติจะมีขึ้นในวันที่ 17 กรกฎาคม 2569 และสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 หลังจากมีการยืนยันตัวตน หากมีการยืนยันตัวตน (กรณีรายใหม่) หลังจากวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ก็จะใช้ได้หลังจากวันที่ยืนยันตัวตน

สำหรับผู้ที่ได้รับสิทธิไทยช่วยไทยพลัส (60/40) อยู่ในปัจจุบัน และผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติจะได้รับสิทธิของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแทนสิทธิไทยช่วยไทยพลัส (60/40) ดังนั้น ขอให้รีบยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังเพื่อรับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนับแต่วันประกาศผล (17 กรกฎาคม 2569) โดยสิทธิจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะเริ่มในวันที่ 1 สิงหาคม 2569 หากไม่มีการยืนยันสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐก่อนวันที่ 1 สิงหาคม 2569 ก็จะถูกตัดสิทธิไทยช่วยไทยพลัส (60/40) เช่นเดียวกัน

กรณีไม่ผ่านคุณสมบัติและการอุทธรณ์

ผู้ลงทะเบียนสามารถตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่าน 4 ช่องทาง ได้แก่ เว็บไซต์หลักของโครงการ แอปพลิเคชันทางรัฐ หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร และแอปพลิเคชันเป๋าตัง ภายหลังประกาศผล หากพบว่า "ไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติ" ตามหลักเกณฑ์ที่โครงการกำหนด ผู้ลงทะเบียนสามารถอุทธรณ์ผลการตรวจสอบคุณสมบัติได้ภายใน 15 วันนับตั้งแต่วันประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติ ผ่าน 4 ช่องทางข้างต้น โดยดำเนินการได้ดังนี้

  • ผ่านเว็บไซต์ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th หรือ https://welfare.mof.go.th โดยกดปุ่ม "ยื่นขออุทธรณ์ผล" จากระบบ
  • ผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ และแอปพลิเคชันเป๋าตัง โดยกดปุ่ม "ยื่นขออุทธรณ์ผล" จากระบบ
  • ดำเนินการอุทธรณ์ผ่านหน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทยฯ ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธอส. และ ธอท. (เปิดให้บริการตามวันและเวลาทำการของแต่ละธนาคารและแต่ละสาขา) โดยแจ้งความประสงค์อุทธรณ์เพื่อให้ธนาคารกดปุ่ม "ยื่นขออุทธรณ์ผล"

ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิม

ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิม ไม่ต้องยืนยันตัวตน (e-KYC) สามารถใช้สิทธิสวัสดิการแห่งรัฐต่อเนื่องได้เลย แต่หากเป็นผู้ที่จะได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายใหม่ หรือกรณีมอบอำนาจ จะต้องไปทำการยืนยันตัวตน (e-KYC) ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 เพื่อให้สามารถรับสิทธิสวัสดิการแห่งรัฐ โดยทำได้ 2 รูปแบบ ดังนี้

  • การยืนยันตัวตน (e-KYC) ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง (เปิดใช้ G-Wallet) เพื่อใช้สิทธิผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง หากผู้ผ่านสิทธิประสงค์จะเลือกใช้สิทธิผ่านช่องทางนี้ จะต้องดำเนินการยืนยันตัวตน (e-KYC) ตามที่กำหนดให้เรียบร้อยก่อน
  • หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารกรุงไทยฯ (17 กรกฎาคม 2569 – 12 มกราคม 2570) ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธอส. และ ธอท. (17 กรกฎาคม – 14 ตุลาคม 2569) (เปิดให้บริการตามวันและเวลาทำการของแต่ละธนาคารและแต่ละสาขา)