ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรมีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ในวาระแรกด้วยคะแนนเสียง 250 ต่อ 150 เสียง โดยมีสาระสำคัญคือการนิรโทษกรรมแก่นักโทษคดีการเมืองทุกคดี ยกเว้นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 หรือความผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ไทย
รายละเอียดร่างกฎหมายนิรโทษกรรม
ร่างกฎหมายดังกล่าวถูกเสนอโดยคณะรัฐมนตรี มีผลบังคับใช้ย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 ครอบคลุมผู้ต้องขังในคดีที่มีโทษจำคุกไม่เกิน 15 ปี ซึ่งรวมถึงคดีหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ตามมาตรา 112 แต่ในร่างนี้ได้ยกเว้นความผิดมาตรา 112 ออกจากขอบเขตการนิรโทษกรรม
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า "ร่างกฎหมายนี้จะช่วยลดความแออัดในเรือนจำ และเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังที่กระทำความผิดทางการเมืองได้กลับคืนสู่สังคม"
ผลกระทบต่อนักโทษการเมือง
คาดว่าจะมีผู้ต้องขังได้รับการปล่อยตัวมากกว่า 3,000 คนทั่วประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 ที่ถูกควบคุมตัวระหว่างรอพิจารณาคดี อย่างไรก็ตาม ผู้ที่ถูกตัดสินจำคุกในคดีมาตรา 112 แล้วจะไม่ได้รับประโยชน์จากกฎหมายนี้
ด้านนายสมชาย ปรีชาเจริญ ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน กล่าวว่า "แม้จะไม่ครอบคลุมมาตรา 112 แต่ก็เป็นก้าวสำคัญในการลดความตึงเครียดทางการเมือง"
ปฏิกิริยาจากฝ่ายค้านและภาคประชาสังคม
ฝ่ายค้านวิพากษ์วิจารณ์ว่ากฎหมายนี้เป็นการช่วยเหลือนักโทษการเมืองเฉพาะกลุ่ม ขณะที่กลุ่มนักเคลื่อนไหวเรียกร้องให้นิรโทษกรรมคดีมาตรา 112 ด้วย เนื่องจากมองว่าเป็นคดีการเมืองเช่นกัน
นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.พรรคก้าวไกล กล่าวว่า "การยกเว้นมาตรา 112 ทำให้กฎหมายนี้ไม่เป็นธรรมต่อผู้ที่ถูกดำเนินคดีตามมาตรานี้"



