ที่ประชุมวุฒิสภาได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 วงเงิน 3.75 ล้านล้านบาท ในการประชุมวุฒิสภาครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2568 โดยมีวุฒิสมาชิกร่วมประชุม 164 คน เห็นชอบ 162 เสียง ไม่เห็นชอบ 0 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง
รายละเอียดการพิจารณาร่างงบประมาณ
ก่อนการลงมติ สมาชิกวุฒิสภาได้อภิปรายอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะในประเด็นการจัดสรรงบประมาณให้กับหน่วยงานต่างๆ การใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ประธานวุฒิสภา ได้กล่าวเปิดการประชุมว่า ร่างงบประมาณนี้เป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ ภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจที่ท้าทาย
นางสาวจันทร์เพ็ญ ศิริวัฒน์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ วุฒิสภา กล่าวว่า คณะกรรมาธิการได้ใช้เวลาพิจารณาอย่างละเอียด โดยมีการปรับลดงบประมาณบางรายการที่ไม่จำเป็น และเพิ่มงบประมาณในส่วนที่สำคัญ เช่น การศึกษา สาธารณสุข และความมั่นคง “เรามุ่งเน้นให้งบประมาณตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง” นางสาวจันทร์เพ็ญกล่าว
ทั้งนี้ วงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 อยู่ที่ 3.75 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ที่มีวงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท คิดเป็นเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.76 โดยมีสัดส่วนงบประมาณเพื่อการชำระหนี้ 1.2 ล้านล้านบาท งบประมาณเพื่อการดำเนินงาน 1.8 ล้านล้านบาท และงบลงทุน 0.75 ล้านล้านบาท
ประเด็นอภิปรายสำคัญในวุฒิสภา
ในระหว่างการอภิปราย วุฒิสมาชิกหลายท่านได้แสดงความห่วงใยต่อหนี้สาธารณะที่เพิ่มสูงขึ้น โดยปัจจุบันหนี้สาธารณะของไทยอยู่ที่ประมาณ 11 ล้านล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 62 ของ GDP ซึ่งใกล้เคียงกับกรอบวินัยการเงินการคลังที่กำหนดไว้ไม่เกินร้อยละ 70 นายประสาน ภิรมย์ วุฒิสมาชิก กล่าวว่า “การเพิ่มงบประมาณทุกปีจำเป็นต้องคำนึงถึงความสามารถในการหารายได้และการชำระหนี้ในอนาคต”
นอกจากนี้ ยังมีการอภิปรายถึงการจัดสรรงบประมาณเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโควิด-19 โดยเฉพาะการสนับสนุนเอสเอ็มอีและการท่องเที่ยว รวมถึงการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ เช่น รถไฟความเร็วสูง และการพัฒนาระบบชลประทาน
วุฒิสมาชิกบางท่านเสนอให้เพิ่มงบประมาณด้านการศึกษาและสาธารณสุข ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลที่ยังขาดแคลนบุคลากรและอุปกรณ์
การดำเนินการต่อไป
หลังจากวุฒิสภามีมติเห็นชอบแล้ว ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 จะถูกส่งต่อไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป และจะมีผลบังคับใช้เมื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธยและประกาศในราชกิจจานุเบกษา
นายกรัฐมนตรีได้แถลงขอบคุณวุฒิสภาที่ให้ความสำคัญกับการพิจารณางบประมาณอย่างรอบคอบ พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลจะใช้จ่ายงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนสูงสุด
การอนุมัติงบประมาณครั้งนี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและตลาดการเงิน เนื่องจากเป็นการแสดงให้เห็นถึงเสถียรภาพทางการเมืองและความต่อเนื่องของนโยบายการคลังของประเทศ



