กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยความคืบหน้าการปราบปรามข่าวปลอม (Fake News) ว่า ในรอบ 10 เดือนของปี 2567 (ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนตุลาคม) ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทยได้ตรวจพบและดำเนินการกับข่าวปลอมแล้วกว่า 20,000 เรื่อง โดยเฉลี่ยเดือนละประมาณ 2,000 เรื่อง ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงกว่าปีก่อนอย่างมีนัยสำคัญ
ประเภทข่าวปลอมที่พบมากที่สุด
จากข้อมูลของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมฯ พบว่า ข่าวปลอมที่แพร่ระบาดมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 1. ข่าวปลอมเกี่ยวกับสินค้าและบริการ เช่น การโฆษณาสินค้าที่ไม่เป็นความจริง หรือการหลอกขายสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน 2. ข่าวปลอมเกี่ยวกับการลงทุน เช่น การชักชวนลงทุนในโครงการที่ไม่มีอยู่จริง หรือการแอบอ้างบุคคลมีชื่อเสียง 3. ข่าวปลอมเกี่ยวกับภัยพิบัติ เช่น การแจ้งเตือนเหตุการณ์ที่ไม่เป็นจริง ซึ่งอาจสร้างความตื่นตระหนกให้ประชาชน
แนวทางปราบปรามและผลการดำเนินคดี
กระทรวงดีอีได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) เพื่อดำเนินคดีกับผู้ผลิตและเผยแพร่ข่าวปลอม โดยในปีนี้ได้ดำเนินคดีไปแล้วกว่า 500 คดี และสามารถปิดกั้นเว็บไซต์และบัญชีโซเชียลมีเดียที่เกี่ยวข้องกว่า 10,000 รายการ
นางสาวนพวรรณ หัวใจเพชร รองปลัดกระทรวงดีอี กล่าวว่า "กระทรวงดีอีให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามข่าวปลอมอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในช่วงที่ประชาชนมีความอ่อนไหวต่อข้อมูลข่าวสาร เราจึงต้องเร่งดำเนินการทั้งในเชิงรุกและเชิงรับ เพื่อลดผลกระทบต่อสังคม"
คำแนะนำสำหรับประชาชน
กระทรวงดีอีแนะนำให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลก่อนแชร์ โดยสามารถตรวจสอบได้ที่ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย เว็บไซต์ www.antifakenewscenter.com หรือโทรสายด่วน 1111 นอกจากนี้ ยังแนะนำให้ติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้น
ทั้งนี้ กระทรวงดีอีจะยังคงเดินหน้ามาตรการต่างๆ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อตรวจจับข่าวปลอมได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และการร่วมมือกับแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียในการลบเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม



