ปูตินยอมรับยูเครนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทำรัสเซียขาดแคลนเชื้อเพลิง
ปูตินยอมรับยูเครนโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทำรัสเซียขาดแคลนเชื้อเพลิง

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ยอมรับเป็นครั้งแรกว่า การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครนได้สร้างผลกระทบอย่างชัดเจนต่อรัสเซีย จนทำให้เกิดภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิงในบางพื้นที่ ในการให้สัมภาษณ์ซึ่งเผยแพร่โดยทำเนียบเครมลินเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 ปูตินกล่าวว่า การโจมตีดังกล่าวส่งผลให้รัสเซียเผชิญ “ภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิงในระดับหนึ่ง แต่ยังไม่ถึงขั้นวิกฤต”

ปูตินยอมรับผลกระทบจากการโจมตีของยูเครน

ปูตินระบุว่า การโจมตีโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะด้านพลังงาน ได้สร้างปัญหาอย่างชัดเจนต่อระบบเชื้อเพลิงของรัสเซีย แม้จะยืนยันว่าสถานการณ์ยังไม่เข้าขั้นวิกฤตก็ตาม ผู้นำรัสเซียกล่าวว่า ภารกิจสำคัญในเวลานี้คือการเสริมขีดความสามารถของระบบป้องกันภัยทางอากาศ และรับประกันการจัดหาเชื้อเพลิง โดยเฉพาะในคาบสมุทรไครเมีย ซึ่งรัสเซียผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของประเทศตั้งแต่ปี 2557 แม้ประชาคมโลกส่วนใหญ่จะไม่ให้การรับรอง

มาตรการรับมือและความมั่นคงด้านพลังงาน

ในการประชุมพรรคยูไนเต็ดรัสเซีย ปูตินกล่าวว่า รัฐบาลตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้น และจะดำเนินมาตรการทุกวิถีทางเพื่อรับประกันความมั่นคงของประเทศ ความปลอดภัยของประชาชน และการปกป้องบูรณภาพแห่งดินแดน พร้อมยืนยันว่ารัสเซียจะสามารถผ่านพ้นความท้าทาย รวมถึงการโจมตีที่มุ่งเป้าไปยังโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศได้

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

การยอมรับครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ปูตินยอมรับอย่างเปิดเผยว่าการโจมตีของยูเครนส่งผลกระทบต่อรัสเซีย โดยก่อนหน้านี้ทางการรัสเซียมักปฏิเสธหรือลดทอนความรุนแรงของผลกระทบ การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานของยูเครนมีเป้าหมายเพื่อลดความสามารถในการสนับสนุนทางทหารของรัสเซีย และสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจรัสเซีย

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ผลกระทบต่อคาบสมุทรไครเมีย

ปูตินเน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาความมั่นคงด้านพลังงานในคาบสมุทรไครเมีย ซึ่งเป็นพื้นที่ที่รัสเซียผนวกและมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ การขาดแคลนเชื้อเพลิงในพื้นที่ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อปฏิบัติการทางทหารและความเป็นอยู่ของประชาชน ผู้นำรัสเซียสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการเสริมระบบป้องกันภัยทางอากาศและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานเพื่อรับมือกับการโจมตีในอนาคต

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายที่รัสเซียเผชิญจากการโจมตีของยูเครนที่มุ่งเป้าไปยังโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ แม้ปูตินจะยืนยันว่าสถานการณ์ยังไม่วิกฤต แต่การยอมรับครั้งนี้บ่งชี้ถึงแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อระบบพลังงานของรัสเซีย