เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2567 ที่บริเวณศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ กลุ่มชาติพันธุ์ลาหู่จาก 5 อำเภอในจังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ อำเภอแม่แจ่ม อำเภออมก๋อย อำเภอดอยเต่า อำเภอฮอด และอำเภอแม่วาง กว่า 400 คน รวมตัวกันชุมนุมเพื่อคัดค้านโครงการก่อสร้างเขื่อนสาละวิน เนื่องจากเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต ความเป็นอยู่ และระบบนิเวศในพื้นที่
ข้อกังวลของกลุ่มชาติพันธุ์ลาหู่
นายอาแจ ลุงซอ แกนนำกลุ่มชาติพันธุ์ลาหู่ กล่าวว่า โครงการเขื่อนสาละวินจะทำให้พื้นที่ทำกินและป่าชุมชนที่ใช้ประโยชน์ร่วมกันต้องถูกน้ำท่วม ส่งผลให้ชาวลาหู่ต้องอพยพย้ายถิ่นฐาน ซึ่งจะทำลายวิถีชีวิตดั้งเดิมที่สืบทอดกันมายาวนาน นอกจากนี้ยังกังวลถึงผลกระทบต่อระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่
“พวกเรามีที่ทำกินและป่าชุมชนที่ใช้ร่วมกันมานาน การสร้างเขื่อนจะทำให้เราต้องเสียพื้นที่เหล่านี้ไป เราอยากให้รัฐบาลทบทวนและยกเลิกโครงการนี้” นายอาแจ ลุงซอ กล่าว
การรวมตัวของเครือข่าย
การชุมนุมในครั้งนี้เป็นการรวมตัวของเครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์ลาหู่ในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากองค์กรพัฒนาเอกชนและนักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม โดยผู้ชุมนุมได้ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อขอให้ส่งต่อข้อเรียกร้องไปยังรัฐบาลกลาง
นางสาวแสงเดือน สุวรรณรัตน์ ผู้ประสานงานเครือข่าย กล่าวว่า “เราต้องการให้รัฐบาลรับฟังเสียงของประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง การสร้างเขื่อนไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน ควรหาทางเลือกอื่นที่ส่งผลกระทบน้อยกว่า”
ผลกระทบต่อวิถีชีวิตและสิ่งแวดล้อม
กลุ่มชาติพันธุ์ลาหู่มีวิถีชีวิตที่พึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ป่าต้นน้ำสาละวิน โดยเฉพาะการทำเกษตรกรรมแบบไร่หมุนเวียน การเก็บของป่า และการเลี้ยงสัตว์ การสร้างเขื่อนจะทำให้พื้นที่เหล่านี้จมอยู่ใต้น้ำ ส่งผลให้ชาวลาหู่สูญเสียแหล่งอาหารและรายได้
นอกจากนี้ ยังมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อระบบนิเวศของแม่น้ำสาละวิน ซึ่งเป็นแม่น้ำนานาชาติที่ไหลผ่านหลายประเทศ การสร้างเขื่อนอาจส่งผลกระทบต่อการไหลของน้ำและระบบนิเวศในพื้นที่ downstream
ข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุม
กลุ่มผู้ชุมนุมมีข้อเรียกร้องหลัก 3 ข้อ ได้แก่ 1) ให้รัฐบาลยกเลิกโครงการก่อสร้างเขื่อนสาละวิน 2) ให้มีการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสังคมอย่างรอบด้านโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน และ 3) ให้รัฐบาลเคารพสิทธิของกลุ่มชาติพันธุ์ตามกฎหมายระหว่างประเทศ
นายอาแจ ลุงซอ กล่าวทิ้งท้ายว่า “พวกเราจะไม่ยอมให้ใครมาทำลายวิถีชีวิตของเรา เราจะต่อสู้เพื่อสิทธิของเราจนถึงที่สุด”



