ย้อนกลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน พื้นที่ริมทะเลขนอม อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช คือที่ตั้งของโรงไฟฟ้าเรือลอยน้ำขนาดใหญ่ที่คอยหล่อเลี้ยงไฟฟ้าให้กับภาคใต้ แต่ในวันนี้ เครื่องจักรที่เคยเงียบงันกลับกลายเป็นสื่อการเรียนรู้ที่มีชีวิตสำหรับเยาวชนและประชาชนจากทั่วประเทศ
จากโรงไฟฟ้าสู่ศูนย์เรียนรู้พลังงาน
คอลัมน์ Sustainable together สัปดาห์นี้ พาไปพูดคุยกับ นายธวัชชัย สำราญวานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือเอ็กโก กรุ๊ป ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่รายแรกของประเทศไทย ที่เล่าให้ฟังว่า ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานที่ทั่วโลกกำลังตื่นตัว “ความมั่นคงทางพลังงาน” กลายเป็นโจทย์ใหญ่ที่ทุกประเทศให้ความสำคัญ แต่สำหรับประเทศไทย โจทย์นี้ไม่ได้มีอยู่เพียงการมีไฟฟ้าให้ประชาชนใช้อย่างเพียงพอเท่านั้น แต่รวมถึง “ความฉลาดรู้ด้านพลังงาน” (Energy Literacy) เพื่อให้เราใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดได้อย่างคุ้มค่าที่สุด
เอ็กโก กรุ๊ป มีความเชื่อในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนที่ว่า “ต้นทางดี จะก่อกำเนิดผลลัพธ์ปลายทางที่ดี” เพราะการดำเนินธุรกิจไฟฟ้าในฐานะธุรกิจ ต้นทางจึงต้องควบคู่ไปกับการมีส่วนร่วมในการพัฒนาความรู้ สร้างความเข้าใจ และส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่าและมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว จึงได้เปลี่ยน “โรงไฟฟ้าขนอม หน่วยที่ 1” ให้เป็น “ศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม” ตั้งแต่ปี 2562
ศูนย์เรียนรู้ฯ ต้นแบบการส่งต่อความรู้ด้านพลังงาน
“ศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม เป็นหนึ่งในเจตจำนงที่สำคัญของเอ็กโก กรุ๊ป ในการต่อยอดบทบาทจากผู้ผลิตพลังงานสู่การเป็นผู้ส่งต่อความรู้ด้านพลังงานแก่สังคม เป็นพื้นที่บ่มเพาะเยาวชนให้เห็นความสำคัญของความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่จะขยายวงกว้างออกไปสู่ชุมชนและสังคมในอนาคต”
ความโดดเด่นของศูนย์เรียนรู้แห่งนี้ ไม่ได้มีเพียงเรื่องจักรผลิตไฟฟ้าหรือนิทรรศการที่ทันสมัย แต่คือการรักษา “คุณค่า” ของมรดกทางอุตสาหกรรมเอาไว้ จนได้รับ “รางวัลอนุรักษ์ศิลปสถาปัตยกรรม ประจำปี 2567 ประเภท ก. งานอนุรักษ์มรดกทางสถาปัตยกรรมและชุมชน ระดับดีมาก” จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นเครื่องยืนยันว่าการพัฒนาเศรษฐกิจสามารถเดินไปพร้อมกับการอนุรักษ์มรดกอุตสาหกรรม ควบคู่ไปกับการปรับใช้ประโยชน์อย่างสร้างสรรค์และยั่งยืนได้อย่างสมบูรณ์แบบ
“ในศูนย์เรียนรู้ฯ เยาวชนและประชาชนจะได้สัมผัสประสบการณ์ตรง ตั้งแต่นวัตกรรมการผลิตไฟฟ้าไปจนถึงนวัตกรรมสีเขียวในอนาคต เป็นการเปลี่ยนสินทรัพย์ที่ปลดระวางให้กลับมามีชีวิตอีกครั้งในรูปแบบของโรงเรียนนอกห้องเรียน เพื่อบ่มเพาะเมล็ดพันธุ์ใหม่ให้มีความรู้ด้านพลังงาน มีความเข้าใจเรื่องความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ความเชื่อมโยงระหว่างสิ่งแวดล้อมและชุมชนขนอม เพราะความยั่งยืนไม่ได้วัดกันที่เพียงไฟฟ้าที่ผลิตได้ แต่คือการที่สังคมไทยสามารถใช้พลังงานอย่างรู้คุณค่าและเป็นมิตรต่อโลกอย่างยั่งยืน”
ศูนย์เรียนรู้ฯ ขับเคลื่อนอนาคตพลังงานไทย
ศูนย์เรียนรู้โรงไฟฟ้าขนอม จึงไม่ใช่แค่พิพิธภัณฑ์ที่เก็บอดีต แต่คือพื้นที่ที่กำลังขับเคลื่อนอนาคตของพลังงานไทย ผ่านการสร้างแรงบันดาลใจที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นอย่างไม่รู้จบ นายธวัชชัยกล่าวทิ้งท้ายว่า ผู้ที่สนใจร่วมสัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้ท่ามกลางกลิ่นอายทะเลใต้และประวัติศาสตร์พลังงาน สามารถเข้าเยี่ยมชมได้ทุกวัน (ยกเว้นวันอาทิตย์และวันจันทร์) คุณจะพบว่า “พลังงาน” มีความหมายมากกว่าแค่แสงสว่างที่ปลายสวิตช์



