การเลือกตั้งซ่อมในตุรกีเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา สิ้นสุดลงด้วยชัยชนะของพรรครัฐบาล Justice and Development Party (AKP) ของประธานาธิบดีเรเจป ไตยิป เออร์โดกัน โดยสามารถคว้าชัยใน 2 เขตเลือกตั้งที่สำคัญ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อนโยบายของรัฐบาลท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจ
รายละเอียดผลการเลือกตั้งซ่อม
การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้จัดขึ้นใน 3 เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ โดยพรรค AKP ชนะในเขต Osmaniye และเขต Kars ขณะที่พรรค Republican People's Party (CHP) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านหลัก ชนะในเขต Yalova ผลลัพธ์ดังกล่าวทำให้พรรค AKP ยังคงครองเสียงข้างมากในรัฐสภา แม้จะเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจที่รุนแรง
นายโอเมอร์ เซลิก โฆษกพรรค AKP กล่าวว่า "ชัยชนะครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าประชาชนยังคงเชื่อมั่นในนโยบายของเรา โดยเฉพาะในด้านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการสร้างงาน"
บริบททางเศรษฐกิจและนัยสำคัญ
ผลการเลือกตั้งซ่อมเกิดขึ้นในขณะที่ตุรกีกำลังเผชิญกับอัตราเงินเฟ้อที่สูงถึง 85% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 24 ปี และค่าเงินลีราที่อ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม รัฐบาลของเออร์โดกันยังคงยืนกรานในนโยบายลดอัตราดอกเบี้ยที่ขัดกับทฤษฎีเศรษฐศาสตร์กระแสหลัก โดยเชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นการผลิตและการส่งออก
นักวิเคราะห์มองว่าชัยชนะครั้งนี้เป็นการให้ไฟเขียวแก่รัฐบาลในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจต่อไป โดยไม่ต้องกังวลเรื่องแรงกดดันจากการเลือกตั้งที่ใกล้เข้ามา การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้มีผู้มาใช้สิทธิ์ประมาณ 60% ซึ่งถือว่าสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้เล็กน้อย
ผลกระทบต่อการเมืองตุรกี
ชัยชนะของพรรค AKP ในการเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับตำแหน่งของประธานาธิบดีเออร์โดกัน ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปที่คาดว่าจะมีขึ้นในปี 2568 (ค.ศ. 2025) ฝ่ายค้านวิพากษ์วิจารณ์ว่ารัฐบาลใช้ทรัพยากรของรัฐในการหาเสียง และมีการควบคุมสื่อที่เข้มงวด แต่รัฐบาลปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว
นายเคมาล คิลิชดาโรกลู หัวหน้าพรรค CHP กล่าวว่า "การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่การตัดสินนโยบายของรัฐบาล แต่เป็นการเลือกตั้งในท้องถิ่นที่ประชาชนเลือกผู้แทนในพื้นที่" อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ออกมาแสดงให้เห็นว่าพรรครัฐบาลยังคงมีฐานเสียงที่แข็งแกร่งในหลายพื้นที่



