ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ส่งความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ว่าร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 หลายมาตรามีปัญหาเรื่องความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการจัดสรรงบประมาณที่ไม่สอดคล้องกับแผนการปฏิรูปประเทศ และการจัดสรรงบประมาณที่อาจเป็นการเลือกปฏิบัติ
รายละเอียดความเห็น
ผู้ตรวจการแผ่นดินระบุว่า ร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ฉบับนี้มีข้อความที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 62 วรรคสอง และมาตรา 143 วรรคสาม รวมถึงมาตรา 144 และมาตรา 145 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดสรรงบประมาณที่ต้องเป็นไปตามแผนการปฏิรูปประเทศ และต้องคำนึงถึงความจำเป็นในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน
ประเด็นสำคัญ
- การจัดสรรงบประมาณไม่สอดคล้องกับแผนปฏิรูปประเทศ: ผู้ตรวจการแผ่นดินชี้ว่าการจัดสรรงบประมาณในบางหมวดไม่ได้เชื่อมโยงกับแผนการปฏิรูปประเทศที่กำหนดไว้ตามรัฐธรรมนูญ
- การเลือกปฏิบัติ: มีการระบุว่าการจัดสรรงบประมาณบางรายการอาจเป็นการเลือกปฏิบัติระหว่างหน่วยงานหรือโครงการต่างๆ ซึ่งขัดต่อหลักความเสมอภาค
- การขาดความโปร่งใส: กระบวนการจัดสรรงบประมาณขาดความโปร่งใสและไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างเพียงพอ
ขั้นตอนต่อไป
ศาลรัฐธรรมนูญจะรับเรื่องนี้ไว้พิจารณา ซึ่งอาจส่งผลให้ร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ต้องถูกแก้ไขหรืออาจถูกตีความว่าขัดรัฐธรรมนูญทั้งหมด หากศาลวินิจฉัยเช่นนั้น รัฐบาลจะต้องดำเนินการจัดทำร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ฉบับใหม่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดินและการดำเนินโครงการต่างๆ ที่ต้องใช้งบประมาณ
ปฏิกิริยาจากฝ่ายต่างๆ
ฝ่ายค้านแสดงความเห็นว่าความเห็นของผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นสิ่งที่คาดการณ์ได้ เนื่องจากรัฐบาลเร่งรีบในการเสนอร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ โดยไม่ผ่านกระบวนการที่เหมาะสม ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลยืนยันว่าร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ได้ผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบและสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ
นักวิชาการด้านกฎหมายมหาชนหลายท่านออกมาให้ความเห็นว่า กรณีนี้เป็นบรรทัดฐานสำคัญในการตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐบาล และจะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบการตรวจสอบถ่วงดุลตามรัฐธรรมนูญ



