ก้าวไกลยื่น กกต.สอบเงินบริจาคพรรคเพื่อไทย 2.5 ล้าน
ก้าวไกลยื่น กกต.สอบเงินบริจาคพรรคเพื่อไทย 2.5 ล้าน

พรรคก้าวไกล (ก.ก.) ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สอบสวนพรรคเพื่อไทย (พท.) กรณีรับบริจาคเงินจำนวน 2.5 ล้านบาทจากบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ซึ่งอาจเข้าข่ายผิดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560

รายละเอียดการยื่นคำร้อง

นายรังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า พรรคได้รวบรวมหลักฐานและยื่นคำร้องต่อ กกต. เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2568 โดยระบุว่า พรรคเพื่อไทยรับบริจาคเงินจากบริษัทที่ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งอาจมีส่วนได้เสียกับโครงการของรัฐ โดยเฉพาะโครงการเมกะโปรเจกต์ที่พรรคเพื่อไทยมีส่วนเกี่ยวข้องในการผลักดัน

นายรังสิมันต์กล่าวว่า “การบริจาคเงินจำนวนมากจากภาคเอกชนให้กับพรรคการเมือง โดยเฉพาะพรรคที่มีอำนาจในการกำหนดนโยบายและอนุมัติโครงการต่างๆ อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และอาจเข้าข่ายผิดกฎหมายพรรคการเมือง มาตรา 66 และ 72”

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 66 ห้ามมิให้พรรคการเมืองรับบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดจากบุคคลหรือนิติบุคคลที่มีส่วนได้เสียกับกิจการของรัฐ หรือจากผู้รับสัมปทานจากรัฐ ขณะที่มาตรา 72 กำหนดให้พรรคการเมืองต้องเปิดเผยแหล่งที่มาของเงินบริจาคอย่างโปร่งใส

พรรคก้าวไกลระบุว่า การบริจาคครั้งนี้อาจมีเงื่อนแอบแฝง เนื่องจากบริษัทดังกล่าวเคยได้รับสัมปทานจากรัฐในอดีต และปัจจุบันมีธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับโครงการภาครัฐหลายโครงการ

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ปฏิกิริยาจากพรรคเพื่อไทย

ด้านพรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า การรับบริจาคเงินดังกล่าวเป็นไปตามกฎหมายทุกประการ และได้ดำเนินการแจ้งต่อ กกต. ตามขั้นตอนที่กำหนดไว้แล้ว โดยระบุว่า “พรรคเพื่อไทยยินดีให้ข้อมูลและพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อ กกต. อย่างเต็มที่ การยื่นคำร้องของพรรคก้าวไกลเป็นเพียงการหาเสียงทางการเมือง ไม่มีมูลความจริง”

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า “เราไม่มีการกระทำที่ผิดกฎหมาย การบริจาคทุกครั้งเป็นไปตามระเบียบ และเรามีระบบตรวจสอบภายในที่เข้มงวด”

ผลกระทบต่อการเมือง

กรณีนี้เกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศทางการเมืองที่ตึงเครียด ก่อนการเลือกตั้งซ่อมในหลายพื้นที่ นักวิเคราะห์มองว่า การยื่นคำร้องของพรรคก้าวไกลเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ทางการเมืองเพื่อลดความน่าเชื่อถือของพรรคเพื่อไทย

ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวว่า “หาก กกต. พบหลักฐานว่ามีการกระทำผิดจริง อาจนำไปสู่การยุบพรรคเพื่อไทย หรือการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของกรรมการบริหารพรรค ซึ่งจะมีผลกระทบอย่างมากต่อการเมืองไทย”

ขณะนี้ กกต. อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงและจะมีการเรียกผู้เกี่ยวข้องมาให้ปากคำภายใน 30 วัน