คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศกำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แทนตำแหน่งที่ว่าง ในเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดพิษณุโลก ในวันที่ 15 ธันวาคม 2567 โดยมีสาเหตุจากการที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ใบแดงผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย และใบเหลืองผู้สมัครจากพรรครวมไทยสร้างชาติ ส่งผลให้ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ในพื้นที่ดังกล่าว
สาเหตุการเลือกตั้งซ่อม
การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2567 ว่าการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 ในเขต 1 พิษณุโลกไม่สุจริตและเที่ยงธรรม เนื่องจากนายวสันต์ ใจเย็น ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งโดยการแจกเงินหรือให้ทรัพย์สินแก่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ส่งผลให้ศาลมีคำสั่งให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของนายวสันต์เป็นเวลา 1 ปี และให้จัดการเลือกตั้งใหม่
นอกจากนี้ ศาลยังมีคำสั่งใบเหลืองแก่นายสุรสิทธิ์ วงษ์เวียง ผู้สมัครจากพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งในครั้งนั้น เนื่องจากกระทำผิดในลักษณะเดียวกัน แต่โทษเบากว่า โดยให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นเวลา 6 เดือน และไม่ตัดสิทธิในการลงสมัครรับเลือกตั้งใหม่
รายละเอียดการเลือกตั้งซ่อม
กกต. ได้กำหนดวันเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 8 ธันวาคม 2567 และวันเลือกตั้งหลักในวันที่ 15 ธันวาคม 2567 โดยมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขต 1 พิษณุโลกประมาณ 140,000 คน ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองพิษณุโลก อำเภอบางระกำ อำเภอพรหมพิราม อำเภอวัดโบสถ์ และอำเภอเนินมะปราง โดยมีหน่วยเลือกตั้งรวม 232 หน่วย
นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. กล่าวว่า "การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ได้ผู้แทนที่มาจากการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์และยุติธรรม โดย กกต. จะกำกับดูแลทุกขั้นตอนอย่างใกล้ชิด"
ผลกระทบทางการเมือง
การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้มีความสำคัญต่อการจัดสมดุลอำนาจในสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากพรรคเพื่อไทยและพรรครวมไทยสร้างชาติจะต้องส่งผู้สมัครลงชิงชัยอีกครั้ง โดยพรรคเพื่อไทยอาจต้องหาผู้สมัครหน้าใหม่แทนนายวสันต์ที่ถูกใบแดง ขณะที่พรรครวมไทยสร้างชาติยังสามารถส่งนายสุรสิทธิ์ลงสมัครได้ เนื่องจากโทษใบเหลืองไม่ตัดสิทธิ
ด้านนายสุรสิทธิ์ วงษ์เวียง กล่าวว่า "ผมพร้อมลงสมัครอีกครั้งและมั่นใจว่าประชาชนจะให้โอกาสผมทำงานต่อ เพราะที่ผ่านมาผมทำงานเพื่อประชาชนอย่างเต็มที่" ส่วนพรรคเพื่อไทยยังไม่เปิดเผยชื่อผู้สมัครคนใหม่ แต่คาดว่าจะประกาศในเร็วๆ นี้
ขั้นตอนการเลือกตั้ง
กกต. ได้เตรียมความพร้อมด้านอุปกรณ์และบุคลากร โดยจะใช้ระบบการลงคะแนนแบบเดิม คือ การใช้บัตรเลือกตั้งและหีบบัตร พร้อมทั้งมีมาตรการป้องกันการทุจริต เช่น การใช้กล้องวงจรปิดในหน่วยเลือกตั้ง และการตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งอย่างเข้มงวด
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถตรวจสอบรายชื่อและหน่วยเลือกตั้งของตนเองได้ทางเว็บไซต์ของ กกต. หรือแอปพลิเคชัน Smart Vote ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมเป็นต้นไป



