แจกเงินหมื่นดิจิทัล เฟส 3 กลุ่มผู้สูงอายุ 16 ก.พ. 68
แจกเงินหมื่นดิจิทัล เฟส 3 ผู้สูงอายุ 16 ก.พ. 68

รัฐบาลไทยเตรียมเปิดลงทะเบียนโครงการแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท เฟส 3 สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2568 เป็นต้นไป ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ ซึ่งเป็นช่องทางเดียวในการเข้าร่วมโครงการนี้

รายละเอียดโครงการและคุณสมบัติผู้มีสิทธิ์

โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยในเฟส 3 นี้จะเน้นกลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งต้องมีสัญชาติไทยและมีบัตรประจำตัวประชาชนที่ยังไม่หมดอายุ นอกจากนี้ ผู้สูงอายุที่ลงทะเบียนต้องมีโทรศัพท์มือถือที่สามารถติดตั้งแอปทางรัฐได้ และต้องมีบัญชีธนาคารที่พร้อมรับเงินโอน

รัฐบาลระบุว่า เงินดิจิทัล 10,000 บาทนี้จะถูกโอนเข้าบัญชีธนาคารที่ผูกกับแอปทางรัฐ โดยผู้รับสามารถใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชันได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด ซึ่งรวมถึงการซื้อสินค้าและบริการที่เข้าร่วมโครงการ

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

กลุ่มเปราะบางรับเงินสด 3,000 บาท

นอกเหนือจากโครงการแจกเงินดิจิทัลแล้ว รัฐบาลยังมีมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางเพิ่มเติม โดยผู้ที่อยู่ในกลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้พิการ หรือผู้ที่มีรายได้น้อย จะได้รับเงินสด 3,000 บาท โดยไม่ต้องลงทะเบียนผ่านแอปทางรัฐ แต่จะได้รับผ่านช่องทางอื่น เช่น การโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารหรือการจ่ายผ่านไปรษณีย์

นายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน กล่าวว่า "รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือประชาชนทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ที่อยู่ในสภาวะยากลำบาก โครงการนี้จะช่วยเพิ่มกำลังซื้อและกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับรากหญ้า"

ขั้นตอนการลงทะเบียน

ผู้สูงอายุที่สนใจสามารถลงทะเบียนได้ตามขั้นตอนดังนี้:

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  • ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันทางรัฐจาก App Store หรือ Google Play
  • ลงทะเบียนด้วยหมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนและเบอร์โทรศัพท์
  • ยืนยันตัวตนผ่านระบบ OTP
  • ผูกบัญชีธนาคารที่ต้องการรับเงิน
  • รอการยืนยันสิทธิ์และรับเงินภายใน 7 วันทำการ

ทั้งนี้ ผู้สูงอายุที่ไม่สะดวกใช้แอปพลิเคชันสามารถขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่รัฐที่ศูนย์บริการประชาชนในพื้นที่ หรือติดต่อสายด่วน 1111

ผลกระทบทางเศรษฐกิจ

โครงการแจกเงินดิจิทัลในเฟส 3 คาดว่าจะมีผู้สูงอายุเข้าร่วมประมาณ 4 ล้านคน ซึ่งจะเป็นการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจรวมกว่า 40,000 ล้านบาท นักเศรษฐศาสตร์มองว่ามาตรการนี้จะช่วยกระตุ้นการบริโภคในระยะสั้น แต่ควรมีมาตรการเสริมเพื่อให้เกิดการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีแผนขยายโครงการไปยังกลุ่มอื่น ๆ ในเฟสต่อไป เช่น กลุ่มคนทำงานและเกษตรกร โดยจะพิจารณาจากสถานการณ์เศรษฐกิจและงบประมาณที่มีอยู่