เรือบรรทุกน้ำมันรั่วกลางทะเลชุมพร คราบน้ำมันกระจายเป็นวงกว้าง
เรือบรรทุกน้ำมันรั่วกลางทะเลชุมพร คราบน้ำมันกระจายวงกว้าง

เกิดเหตุเรือบรรทุกน้ำมันรั่วไหลกลางทะเลจังหวัดชุมพร ส่งผลให้คราบน้ำมันกระจายเป็นวงกว้างกว่า 5 ตารางกิโลเมตร เจ้าหน้าที่กำลังเร่งเข้าควบคุมสถานการณ์เพื่อป้องกันความเสียหายต่อระบบนิเวศทางทะเลและแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของพื้นที่

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2568 เวลาประมาณ 09.00 น. เรือบรรทุกน้ำมันชื่อ MV. เอสเอส เกิดอุบัติเหตุระหว่างการขนถ่ายน้ำมันไปยังเรือลำอื่น ทำให้มีน้ำมันดิบรั่วไหลลงสู่ทะเลบริเวณท่าเทียบเรือกลางทะเลห่างจากชายฝั่งอำเภอปะทิว จังหวัดชุมพร ประมาณ 12 กิโลเมตร

การรั่วไหลของน้ำมันส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง

จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ศูนย์ควบคุมการรั่วไหลของน้ำมันจังหวัดชุมพร พบว่าคราบน้ำมันได้กระจายเป็นวงกว้างครอบคลุมพื้นที่ทะเลประมาณ 5 ตารางกิโลเมตร โดยมีแนวโน้มจะขยายตัวมากขึ้นตามกระแสลมและคลื่นทะเล แนวคราบน้ำมันมีความหนาแตกต่างกันไปในแต่ละจุด บางจุดมีความหนาถึง 1-2 เซนติเมตร

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นายสมชาย ใจดี หัวหน้าศูนย์ควบคุมการรั่วไหลของน้ำมันจังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า “ขณะนี้เรากำลังประสานงานกับหลายหน่วยงานเพื่อควบคุมสถานการณ์อย่างเร่งด่วน เราได้เร่งติดตั้งบูมกันน้ำมันและใช้สารเคมีกำจัดคราบน้ำมันเพื่อลดการกระจายตัว โดยคาดว่าจะสามารถควบคุมแนวคราบน้ำมันให้อยู่ในพื้นที่จำกัดได้ภายใน 48 ชั่วโมง”

ผลกระทบต่อระบบนิเวศและเศรษฐกิจ

คราบน้ำมันที่รั่วไหลในครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลโดยตรง โดยเฉพาะแหล่งหญ้าทะเลและแนวปะการังที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ทะเลหลายชนิด เช่น เต่าทะเล พะยูน และปลานานาชนิด นอกจากนี้ยังส่งผลกระทบต่ออาชีพประมงพื้นบ้านและการท่องเที่ยวทางทะเลของจังหวัดชุมพร

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

นายประพันธ์ เนียมทอง นายกสมาคมประมงพื้นบ้านจังหวัดชุมพร กล่าวว่า “ชาวประมงได้รับผลกระทบอย่างหนัก เนื่องจากต้องหยุดทำการประมงชั่วคราวเพราะกลัวว่าสัตว์น้ำจะปนเปื้อนน้ำมัน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อรายได้ของครอบครัวอย่างแน่นอน”

ทางด้านผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังผลกระทบต่อแหล่งท่องเที่ยวทางทะเล เช่น หาดทุ่งวัวแล่น และหมู่เกาะต่างๆ ในพื้นที่ โดยได้ประกาศเตือนนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการให้ระมัดระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

การดำเนินการทางกฎหมายและการเยียวยา

เจ้าหน้าที่กำลังสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงของการรั่วไหล โดยเบื้องต้นคาดว่าอาจเกิดจากความผิดพลาดของมนุษย์หรือความบกพร่องของอุปกรณ์ขนถ่ายน้ำมัน ทางบริษัทเจ้าของเรือจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการทำความสะอาดและเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นตามกฎหมาย

นายสมชาย ใจดี กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และจะเรียกค่าเสียหายจากบริษัทผู้รับผิดชอบเพื่อนำมาใช้ในการฟื้นฟูระบบนิเวศและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ”