ศาล รธน.ยกคำร้อง ‘พิธา’ ถือหุ้นไอทีวี ปม 8 ปี คดีไม่รับไว้พิจารณา
ศาล รธน.ยกคำร้อง ‘พิธา’ ถือหุ้นไอทีวี ปม 8 ปี คดีไม่รับไว้พิจารณา

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ ไม่รับคำร้องกรณี 'พิธา ลิ้มเจริญรัตน์' ถือหุ้นไอทีวี เนื่องจากพ้นระยะเวลา 8 ปีตามรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้พ้นข้อกล่าวหาเรื่องคุณสมบัติ ส.ส.

ศาล รธน.ยกคำร้องคดีถือหุ้นไอทีวีของพิธา

เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญได้ประชุมปรึกษาคดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ส่งคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยว่า การที่ 'พิธา ลิ้มเจริญรัตน์' หัวหน้าพรรคก้าวไกล ถือหุ้นบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) ในขณะที่สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. เข้าข่ายขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญหรือไม่

เหตุผลที่ศาลไม่รับคำร้อง

ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3) ประกอบมาตรา 101 (6) กำหนดให้ผู้สมัคร ส.ส. ต้องไม่เป็นหุ้นส่วนหรือผู้ถือหุ้นในบริษัทที่รับสัมปทานจากรัฐ แต่บทบัญญัติดังกล่าวมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2560 ซึ่งเป็นวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ขณะที่พิธาได้โอนหุ้นไอทีวีให้แก่บุคคลอื่นตั้งแต่วันที่ 8 มีนาคม 2562 ก่อนการเลือกตั้งในปี 2562 และก่อนที่รัฐธรรมนูญจะบังคับใช้ถึง 8 ปี

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ศาลชี้ว่าตามมาตรา 98 (3) กำหนดให้ผู้สมัครต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามในวันที่สมัครรับเลือกตั้งเท่านั้น ไม่ได้ย้อนหลังไปถึงการถือหุ้นในอดีตที่พ้นระยะเวลา 8 ปีแล้ว ดังนั้น คำร้องของ กกต. จึงไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่ศาลจะรับไว้พิจารณา

ผลกระทบต่อสถานะทางการเมืองของพิธา

คำวินิจฉัยนี้ทำให้พิธาพ้นจากข้อกล่าวหาเรื่องคุณสมบัติ ส.ส. ซึ่งก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่าอาจถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ส่งผลให้พรรคก้าวไกลยังคงมีหัวหน้าพรรคคนเดิม และสามารถดำเนินกิจกรรมทางการเมืองต่อไปได้ตามปกติ

ด้านนายพิธากล่าวขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญที่พิจารณาคดีด้วยความรอบคอบ และยืนยันว่าตนเองปฏิบัติตามกฎหมายทุกประการ พร้อมเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชนต่อไป

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว