ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์รับคำร้องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ขอให้วินิจฉัยยุบพรรคเพื่อไทย กรณีเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติรับราชการทหาร พ.ศ. 2497 ซึ่งมีเนื้อหาเปลี่ยนระบบเกณฑ์ทหารเป็นแบบสมัครใจ โดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา ถือเป็นการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
รายละเอียดคำร้อง
นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง เปิดเผยว่า กกต. ได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2567 โดยระบุว่าพรรคเพื่อไทยได้กระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตย ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 92 วรรคหนึ่ง (1) และ (2) จากการเสนอร่างกฎหมายดังกล่าว ซึ่งมีสาระสำคัญคือการยกเลิกการเกณฑ์ทหารและเปลี่ยนเป็นระบบสมัครใจทั้งหมด โดยไม่ได้ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด
ข้อกล่าวหาของ กกต.
กกต. ระบุว่าการกระทำของพรรคเพื่อไทยเข้าข่ายล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เนื่องจากเป็นการเสนอร่างกฎหมายที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ โดยไม่ผ่านกระบวนการนิติบัญญัติที่ถูกต้อง อีกทั้งยังเป็นการสร้างความเข้าใจผิดแก่ประชาชนว่า รัฐบาลสามารถยกเลิกการเกณฑ์ทหารได้โดยไม่ต้องผ่านรัฐสภา
ปฏิกิริยาจากพรรคเพื่อไทย
นายชูศักดิ์ ศิรินิล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคพร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อศาลรัฐธรรมนูญ และยืนยันว่าพรรคไม่ได้มีเจตนาล้มล้างการปกครอง แต่ต้องการปฏิรูปกองทัพให้ทันสมัย ลดภาระของประชาชน และเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันประเทศ โดยการเกณฑ์ทหารในปัจจุบันมีปัญหาหลายประการ เช่น การละเมิดสิทธิมนุษยชน และความไม่เท่าเทียมในการคัดเลือก
ผลกระทบทางการเมือง
หากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ยุบพรรคเพื่อไทย จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการเมืองไทย เนื่องจากพรรคเพื่อไทยเป็นพรรคแกนนำรัฐบาล และมี ส.ส. จำนวนมาก การยุบพรรคจะทำให้คณะรัฐมนตรีต้องพ้นจากตำแหน่ง และอาจนำไปสู่วิกฤตทางการเมืองครั้งใหม่ นอกจากนี้ ยังอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างประเทศ เนื่องจากความไม่แน่นอนทางการเมือง
กำหนดการไต่สวน
ศาลรัฐธรรมนูญนัดไต่สวนพยานหลักฐานในวันที่ 10 เมษายน 2567 เวลา 09.30 น. โดยให้พรรคเพื่อไทยยื่นคำชี้แจงภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ได้รับสำเนาคำร้อง คาดว่าคดีนี้จะใช้เวลาพิจารณาประมาณ 2-3 เดือน ก่อนที่ศาลจะมีคำวินิจฉัย



