อ.ปริญญา ชี้ กกต.เตรียมประกาศผลเลือกตั้ง สส.แบบหักดิบความรู้สึกประชาชน
ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว Prinya Thaewanarumitkul อีกครั้ง ในประเด็นที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. กำลังเตรียมประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยตั้งคำถามถึงความเหมาะสมและความโปร่งใสของการดำเนินการดังกล่าว
ข้อกังวลเกี่ยวกับความสุจริตและเที่ยงธรรม
ดร.ปริญญา ระบุว่า การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา มีปัญหามากมายที่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างชัดเจน เช่น ปัญหาบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งที่ขัดกับหลักการเลือกตั้งโดยลับตามรัฐธรรมนูญ รวมถึงปัญหาบัตรเขย่งนับแสนใบ ซึ่งทำให้เกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับความสุจริตและเที่ยงธรรมของการจัดการเลือกตั้งครั้งนี้
นอกจากนี้ ยังมีผู้ร้องเรียนและยื่นฟ้องศาลเป็นจำนวนมาก ขณะที่จำนวนผู้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งทั้งหมดก็ยังไม่มีการประกาศอย่างเป็นทางการ และผลคะแนนที่ประกาศใน 400 เขต เป็นเพียงไฟล์ PDF ที่ถ่ายจากเอกสารกรอกลายมือในกูเกิลไดรฟ์เท่านั้น
การประกาศผลตาม พรป. มาตรา 127
ดร.ปริญญาอธิบายว่า ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พรป.) มาตรา 127 กกต. สามารถประกาศผลการเลือกตั้ง สส. ได้ หากได้ สส. จำนวน 95% ของเขตเลือกตั้ง หรือประมาณ 380 คน โดยสามารถเว้นเขตที่ยังมีการนับคะแนนใหม่ไว้ก่อนได้
อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขสำคัญอีกข้อคือ กกต. ต้องตรวจสอบเบื้องต้นแล้วมีเหตุอันควรเชื่อว่า ผลการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ซึ่งดร.ปริญญาตั้งคำถามว่า เมื่อมีข้อร้องเรียนและข้อสงสัยมากมายเช่นนี้ และ กกต. ยังไม่ตอบคำถามสำคัญต่างๆ เช่น การจ้างเหมาทำบัตรเลือกตั้งหรือการป้องกันการเปิดหีบบัตรโดยไม่ถูกต้อง แล้ว กกต. จะประกาศผลได้อย่างไร
ความโปร่งใสและกระบวนการตรวจสอบ
ดร.ปริญญาชี้ให้เห็นว่า มาตรา 127 วรรคสอง ระบุว่า กกต. ต้องรับฟังรายงานของผู้ตรวจการเลือกตั้งและข้อมูลข่าวสารจากแหล่งต่างๆ มาประกอบการพิจารณา แต่กลับไม่เคยมีการเปิดเผยรายงานดังกล่าวอย่างชัดเจน
เขากังวลว่า หาก กกต. ประกาศผลเลือกตั้งและรับรอง สส. โดยไม่ดำเนินการอย่างโปร่งใสและเปิดเผย นี่อาจเป็นการหักดิบความรู้สึกของประชาชน และอาจนำไปสู่ปัญหาตามมาในอนาคต
เหตุผลเร่งรีบและผลกระทบ
ดร.ปริญญาตั้งข้อสังเกตว่า เหตุผลที่ กกต. เร่งประกาศผลอาจเป็นเพราะหลังประกาศผลแล้ว จะสามารถประชุมสภาเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีได้ และอำนาจในการพิจารณาความสุจริตของการเลือกตั้งจะย้ายไปอยู่ที่ศาลฎีกา
เขายกตัวอย่างกรณีของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่แม้จะมีข้อร้องเรียนมาก แต่ กกต. ยังไม่ส่งเรื่องให้ศาลฎีกาเป็นเวลากว่า 1 ปี 7 เดือน และเกรงว่าเรื่องของ สส. อาจถูกดำเนินการในลักษณะเดียวกัน
ดร.ปริญญาเป็นหนึ่งในนักกฎหมายไทยที่ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งปี 2569 อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเด็นการพิมพ์คิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งอาจเสี่ยงต่อการผิดกฎหมายและทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ



