เปิดตัว CLICX ธนาคารไร้สาขาแห่งแรกของไทย เปิดบริการ 19 มิ.ย. 69
เปิดตัว CLICX ธนาคารไร้สาขาแห่งแรก เปิดบริการ 19 มิ.ย. 69

เปิดตัว "CLICX" ธนาคารไร้สาขาเจ้าแรกของไทย ดีเดย์เปิดให้บริการ 19 มิ.ย. 2569 โดยความร่วมมือของ 3 องค์กรใหญ่ ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย (KTB), บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) (AIS) และ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) โดยมีวิสัยทัศน์ "Bank in One CLICX" เพื่อยกระดับ FinTech ไทย

ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า คนไทยกว่า 63% ยังเข้าถึงบริการทางการเงินได้ไม่เต็มศักยภาพ และมากกว่า 80% มีเงินสำรองฉุกเฉินไม่เกิน 6 เดือน สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยจำนวนมากยังขาดโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินที่ยืดหยุ่นและสอดคล้องกับชีวิตจริง "ธนาคารไร้สาขา (Virtual Bank)" จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญต่อธุรกรรมการเงินของคนไทย รวมถึงการเข้าถึงบริการทางการเงินที่ยืดหยุ่นและสอดคล้องกับชีวิตจริงมากขึ้น

CLICX ธนาคารพาณิชย์ไร้สาขารายแรกของประเทศไทย

นางสาวสุพร สุนทรโรหิต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารคลิกซ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า CLICX คือธนาคารพาณิชย์ไร้สาขารายแรกของประเทศไทย ภายใต้ความร่วมมือของ 3 องค์กรใหญ่ ได้แก่ KTB, AIS และ OR ซึ่งประกาศเดินหน้ายุทธศาสตร์การเงินยุคใหม่ “Bank in One CLICX” ยกระดับ FinTech ไทย ผ่านแพลตฟอร์มการเงินดิจิทัลที่ออกแบบให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนไทย พร้อมสร้างประสบการณ์ทางการเงินที่เข้าถึงง่าย ปลอดภัย และเท่าเทียมมากขึ้น

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

สร้างความเท่าเทียมทางการเงิน

นางสาวสุพรกล่าวว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของระบบการเงิน ที่ไม่ใช่เพียงแค่ทำให้ประชาชนมีบัญชีธนาคาร แต่ต้องเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการเงินที่ช่วยให้ทุกคนเข้าถึงโอกาสทางการเงินได้อย่างเท่าเทียม โดยปัจจุบันยังมีคนไทยจำนวนมาก โดยเฉพาะกลุ่มฟรีแลนซ์ อาชีพอิสระ และผู้ประกอบการรายย่อย ที่แม้จะมีรายได้และมีวินัยทางการเงิน แต่ยังเข้าไม่ถึงสินเชื่อหรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เหมาะสม เนื่องจากขาดเอกสารรายได้หรือประวัติเครดิตในระบบเดิม CLICX จึงพัฒนาแพลตฟอร์มการเงินที่ผสานจุดแข็งของทั้ง 3 พันธมิตร คือ ความเชี่ยวชาญด้านการเงินของ KTB ศักยภาพด้านดิจิทัลและเทคโนโลยีของ AIS และความเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคในชีวิตประจำวันของ OR เพื่อสร้างบริการทางการเงินที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานมากขึ้น "เราไม่ได้ต้องการให้ลูกค้าต้องปรับตัวเข้าหาระบบ แต่ต้องการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เชื่อมโยงกับชีวิตจริงของลูกค้า" นางสาวสุพรกล่าว

ใช้ Alternative Data พิจารณาสินเชื่อ บริหารความเสี่ยงหนี้เสีย

หนึ่งในแนวคิดสำคัญคือการใช้ข้อมูลและเทคโนโลยีเพื่อช่วยวิเคราะห์ศักยภาพของลูกค้า แทนการพิจารณาจากเอกสารทางการเงินแบบเดิมเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะการใช้ Alternative Data เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อ และช่วยบริหารความเสี่ยงด้านหนี้เสียได้ดีขึ้น ภายใต้หลักการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล นางสาวสุพรระบุเพิ่มเติมว่า กลุ่มเป้าหมายหลักในช่วงแรกจะเน้นลูกค้ารายย่อยและ SME รายเล็ก ที่ยังเข้าไม่ถึงบริการทางการเงินในระบบปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความเปราะบางทางเศรษฐกิจ แต่ยังมีศักยภาพในการสร้างรายได้

CLICX ดีเดย์เปิดให้บริการ 19 มิ.ย. 69 เปิดบัญชีออนไลน์ได้ตั้งแต่ 0 บาท จองเลขบัญชีล่วงหน้าได้

สำหรับผลิตภัณฑ์ทางการเงิน CLICX จะทยอยเปิดให้บริการแบบค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้ระบบมีเสถียรภาพสูงสุด โดยเฟสแรกจะเริ่มจากบริการเงินฝาก ก่อนขยายไปสู่บริการสินเชื่อในลำดับถัดไป ด้านจุดเด่นของบริการเงินฝาก นอกจากอัตราดอกเบี้ยแล้ว CLICX ยังเตรียมออกแบบสิทธิประโยชน์ที่เชื่อมโยงกับการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น อินเทอร์เน็ตฟรี หรือสิทธิประโยชน์จากร้านกาแฟและบริการต่างๆ ภายในเครือพันธมิตร เพื่อทำให้การออม “คุ้มค่า” มากกว่ารูปแบบเดิม ทั้งนี้ บัญชีเงินฝากของ CLICX จะสามารถเปิดบัญชีออนไลน์ได้ตั้งแต่ 0 บาท โดยไม่จำเป็นต้องใช้สมุดบัญชี และลูกค้าสามารถจองเลขบัญชีล่วงหน้าได้ผ่านแอปพลิเคชัน My AIS, เป๋าตัง และแพลตฟอร์มของ CLICX

จุดเด่น ฟีเจอร์ “เลขบัญชีเลือกได้”

จุดเด่นที่ CLICX เตรียมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้วงการธนาคารไทย คือฟีเจอร์ “เลขบัญชีเลือกได้” ซึ่งเป็นครั้งแรกที่สามารถเลือกเลขบัญชีของตัวเองได้ ตอบรับเทรนด์สายมู ที่มีทั้งเลขมงคล เลขเสริมดวง เลขตอง เลขมังกร หรือเลขให้ตรงกับเบอร์โทรศัพท์ โดยจะเปิดให้จองเลขบัญชีล่วงหน้าในวันที่ 2 มิ.ย. 2569 และเปิดให้บริการแอปพลิเคชันอย่างเป็นทางการในวันที่ 19 มิ.ย. 2569

CLICX ไม่ได้เข้ามาเพื่อ “Disrupt” ระบบธนาคารเดิม

นางสาวสุพรยังยืนยันว่า CLICX ไม่ได้เข้ามาเพื่อ “Disrupt” ระบบธนาคารเดิม แต่ต้องการเข้ามาเติมเต็มระบบการเงินไทยให้แข็งแรงขึ้น และช่วยให้บริการทางการเงินเข้าถึงประชาชนได้ครอบคลุมมากขึ้น ขณะเดียวกัน บริษัทให้ความสำคัญกับเสถียรภาพและความปลอดภัยของระบบเป็นหลัก โดยใช้มาตรฐานเดียวกับธนาคารพาณิชย์ทั่วไป และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ธปท. อย่างเข้มงวด “Virtual Bank ของไทยมีมาตรการกำกับดูแลที่เข้มข้นมาก เพราะประเทศไทยมีบทเรียนจากต่างประเทศ ทำให้ทุกฝ่ายต้องการให้ระบบการเงินใหม่นี้เข้ามาส่งเสริมเศรษฐกิจไทย ไม่ใช่สร้างปัญหาใหม่ให้ระบบ” นางสาวสุพรกล่าว

ช่องทางให้บริการลูกค้าหลายรูปแบบ

CLICX ยังเตรียมช่องทางให้บริการลูกค้าหลายรูปแบบ ทั้งผ่านแอปพลิเคชัน Chatbot Call Center หมายเลข 1188 รวมถึงการสอบถามข้อมูลผ่านร้าน AIS และ OR ทั่วประเทศ ทั้งนี้ นางสาวสุพรระบุว่า แม้จะเป็นธนาคารไร้สาขา แต่ได้ลงทุนด้านเทคโนโลยีและระบบ Cloud อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ใช้งานในอนาคต โดยปัจจุบันฐานข้อมูลลูกค้าจากทั้ง 3 พันธมิตรรวมกันมีมากกว่า 50 ล้านราย ภายใต้เงื่อนไขการได้รับความยินยอมจากลูกค้าตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น