พรรคประชาชนเตรียมยื่นฟ้อง กกต. มาตรา 157 ชี้บาร์โค้ดทำเลือกตั้ง 'ไม่ลับ'
พรรคประชาชนเตรียมฟ้อง กกต. ปมบาร์โค้ดเลือกตั้งไม่ลับ

พรรคประชาชนเตรียมฟ้อง กกต. มาตรา 157 ชี้บาร์โค้ดทำเลือกตั้ง 'ไม่ลับ'

วันนี้ (19 ก.พ. 2569) นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ที่ทำการพรรค เปิดเผยว่า นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ฝ่ายกฎหมายของพรรค กำลังอยู่ระหว่างการร่างคำฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในข้อกล่าวหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 โดยคาดว่าจะสามารถยื่นได้อย่างเป็นทางการภายในสัปดาห์หน้า

นายพริษฐ์อธิบายว่า การใช้เวลานี้เนื่องจากมีข้อมูลใหม่ ๆ เพิ่มเข้ามาอย่างต่อเนื่องในแต่ละวัน และจำเป็นต้องรวบรวมหลักฐานให้ครบถ้วน ซึ่งจะมีการแถลงรายละเอียดเพิ่มเติมในช่วงที่ยื่นฟ้องอย่างเป็นทางการ

หลักฐานเด็ดปมบาร์โค้ดทำเลือกตั้ง 'ไม่ลับ'

โฆษกพรรคประชาชนกล่าวว่า เนื้อหาหลักของคำฟ้องเกี่ยวข้องกับประเด็นบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งทำให้การออกเสียงเลือกตั้ง 'ไม่ลับ' เนื่องจากหลายภาคส่วนสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าใครลงคะแนนให้กับผู้สมัครรายใด

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

นายพริษฐ์ย้ำว่า การตัดสินใจใช้กลไกฟ้องตามมาตรา 157 นั้นมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้มีการพิสูจน์และรับผิดรับชอบทางกฎหมาย โดยไม่ใช่การไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ แต่เป็นการปกป้องสิทธิ์ของประชาชนและเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

จับตาเลือกตั้งใหม่ 22 ก.พ. และความเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิ

เมื่อถูกถามถึงความเห็นของนายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี และนายจรัญ ภักดีธนากุล อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่ระบุว่าหากพิสูจน์ได้ว่าบัตรเลือกตั้งไม่เป็นการลงคะแนนโดยลับ จะทำให้การเลือกตั้งโมฆะ นายพริษฐ์ตอบว่า ต้องแยกพิจารณาเป็นขั้นตอน

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

เขาชี้แจงว่า พรรคประชาชนมีจุดยืนชัดเจนว่า การออกเสียงโดยลับต้องไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ ไม่ว่าจะในเชิงทฤษฎีหรือปฏิบัติ ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของบุคคลทางการเมืองหลายท่านที่มองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ลับ

สำหรับกรณีที่ กกต. ออกมาชี้แจงว่าบัตรเลือกตั้งดังกล่าวไม่ถึงขั้นไม่ลับนั้น นายพริษฐ์กล่าวว่า กกต. นิยามคำว่า 'ลับ' แตกต่างจากคนส่วนใหญ่ โดยพรรคประชาชนและนักกฎหมายหลายคนมองว่าแค่ตรวจสอบได้ในเชิงทฤษฎีก็ถือว่า 'ไม่ลับ' แล้ว

เรียกร้องความโปร่งใสและแผนการในสภาฯ

นายพริษฐ์ยังกล่าวถึงการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 22 ก.พ. นี้ โดยชี้ว่าหาก กกต. ยืนยันว่าการเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. ไม่มีปัญหา ก็ควรใช้แนวปฏิบัติเดิม แต่หากมีการเปลี่ยนแปลง แสดงว่าการเลือกตั้งครั้งก่อนมีปัญหา

เขาย้ำว่า กกต. ควรตอบข้อสงสัยของประชาชนอย่างเปิดเผยผ่านการแถลงข่าวเป็นระยะ แทนการสื่อสารทางเดียวผ่านเอกสารเผยแพร่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร

นอกจากนี้ นายพริษฐ์เปิดเผยว่า หากสภาผู้แทนราษฎรเปิดทำการ พรรคประชาชนซึ่งมี สส. กว่าร้อยคน จะยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราเพื่อคืนสิทธิให้ประชาชน โดยเฉพาะการเข้าชื่อถอดถอนองค์กรอิสระที่ประพฤติมิชอบ ซึ่งเคยมีในรัฐธรรมนูญปี 2540 และ 2550 แต่ถูกถอดออกไปในปี 2560