สหรัฐฯ ปลดล็อก 'โคบอลต์' ทะลักตลาดโลก
สหรัฐฯ ปลดล็อก 'โคบอลต์' ทะลักตลาดโลก

สหรัฐอเมริกาได้ประกาศปลดล็อกการนำเข้าโคบอลต์จากสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (DRC) ซึ่งเป็นแหล่งผลิตโคบอลต์รายใหญ่ที่สุดของโลก ส่งผลให้ราคาโคบอลต์ในตลาดโลกลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สร้างความกังวลให้กับผู้ผลิตแบตเตอรี่และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง

สาเหตุของการปลดล็อก

การตัดสินใจครั้งนี้มีขึ้นหลังจากที่สหรัฐฯ ได้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อบริษัทเหมืองแร่ในคองโก ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน การปลดล็อกดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มอุปทานโคบอลต์ในตลาดโลก และลดการพึ่งพาจีนซึ่งเป็นผู้แปรรูปโคบอลต์รายใหญ่

ผลกระทบต่อราคาโคบอลต์

ราคาโคบอลต์ซึ่งเคยพุ่งสูงถึงกว่า 80,000 ดอลลาร์ต่อตันในปีที่แล้ว ได้ลดลงอย่างรวดเร็วเหลือประมาณ 50,000 ดอลลาร์ต่อตัน หลังจากการประกาศครั้งนี้ นักวิเคราะห์คาดว่าราคาอาจปรับตัวลดลงอีกในระยะสั้น เนื่องจากอุปทานที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram
  • ราคาโคบอลต์ลดลง 30% ภายในสัปดาห์เดียว
  • ผู้ผลิตแบตเตอรี่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน
  • นักลงทุนในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์เร่งปรับพอร์ตการลงทุน

ความกังวลของอุตสาหกรรมแบตเตอรี่

ผู้ผลิตแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นผู้บริโภคโคบอลต์รายใหญ่ที่สุด แสดงความกังวลเกี่ยวกับความผันผวนของราคาที่อาจส่งผลต่อต้นทุนการผลิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่มีการแข่งขันสูง บริษัทบางแห่งอาจต้องเร่งพัฒนาเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ใช้โคบอลต์น้อยลงเพื่อลดความเสี่ยง

มุมมองจากฝั่งคองโก

รัฐบาลคองโกยินดีต่อการตัดสินใจของสหรัฐฯ โดยเห็นว่าเป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้จากการส่งออก อย่างไรก็ตาม องค์กรสิทธิมนุษยชนยังคงกังวลเกี่ยวกับสภาพการทำงานในเหมืองโคบอลต์ โดยเฉพาะเหมืองขนาดเล็กที่ใช้แรงงานเด็ก

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
  1. การตรวจสอบแหล่งที่มาของโคบอลต์ยังคงเป็นประเด็นสำคัญ
  2. สหรัฐฯ เรียกร้องให้คองโกปรับปรุงมาตรฐานแรงงาน
  3. ผู้ผลิตแบตเตอรี่เริ่มหันไปใช้โคบอลต์จากแหล่งอื่น เช่น ออสเตรเลียและแคนาดา

แนวโน้มในอนาคต

แม้ว่าราคาโคบอลต์จะลดลงในระยะสั้น แต่ความต้องการในระยะยาวยังคงสูง เนื่องจากโคบอลต์เป็นส่วนประกอบสำคัญในแบตเตอรี่สำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ไฟฟ้า นักวิเคราะห์คาดว่าราคาจะทรงตัวที่ระดับ 40,000-50,000 ดอลลาร์ต่อตันในอีก 6 เดือนข้างหน้า ขึ้นอยู่กับอุปทานจากคองโกและนโยบายของสหรัฐฯ

การปลดล็อกครั้งนี้ยังส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก โดยจีนซึ่งเป็นผู้แปรรูปโคบอลต์รายใหญ่ที่สุดอาจสูญเสียส่วนแบ่งตลาด ในขณะที่สหรัฐฯ และยุโรปพยายามสร้างห่วงโซ่อุปทานของตนเองเพื่อลดความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์