สว.สายสื่อแตะเบรก วุฒิสภา เตรียมพิจารณาเห็นชอบบุคคลดำรงตำแหน่ง กกต. ป้องกันการขัดกันแห่งผลประโยชน์
ในวันนี้ (18 ก.พ.2569) นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สมาชิกวุฒิสภา ได้เตรียมยื่นประชุมสมัยวิสามัญ ขอให้วุฒิสภาชะลอการให้ความเห็นชอบกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) 2 คนใหม่ออกไปก่อน เพื่อป้องกันการขัดกันแห่งผลประโยชน์ หลังวุฒิสภาบรรจุเป็นเรื่องด่วน ให้สมาชิกวุฒิสภาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการการเลือกตั้ง 2 คน ในวันที่ 26 ก.พ.2569
รายชื่อผู้ได้รับการเสนอชื่อและภูมิหลัง
สำหรับผู้ได้รับเสนอชื่อ 2 คน ประกอบด้วย นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อดีตอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม และ นายมณฑล สุดประเสริฐ อดีตอธิบดีกรมโยธา กระทรวงมหาดไทย ซึ่งจะเข้ามาแทนที่กรรมการการเลือกตั้งที่หมดวาระไปแล้ว ได้แก่ นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ และนายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฎ
หลายฝ่ายมองว่า กกต. 2 ใน 4 คนนี้เป็นมรดกตกทอดจากยุค คสช. หรือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เนื่องจากก่อนรัฐธรรมนูญปี 2560 จะประกาศใช้ การแต่งตั้งกรรมการในองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญกระทำโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่แต่งตั้งโดย คสช.
ประวัติกรรมการการเลือกตั้งที่หมดวาระ
นายเลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ อดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในสมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ เข้ารับตำแหน่งเมื่อ 4 ธ.ค.2561 และครบวาระเมื่อ 4 ธ.ค.2568 ส่วนนายฐิติเชฎฐ์ นุชนาฎ อดีตที่ปรึกษาประธานศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งคือ นายนุรักษ์ ประณีต ที่ดำรงตำแหน่งระหว่างปี 2549-2563 และวินิจฉัยให้ยุบพรรคการเมืองไปมากถึง 29 พรรค อาทิ พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย พรรคพลังธรรม และพรรคอนาคตใหม่
บทบาทของสมาชิกวุฒิสภาและความกังวล
ในช่วงเวลาของการเป็นฝ่ายบริหารของ พล.อ.ประยุทธ์ ระหว่าง 24 ส.ค.2557-22 ส.ค.2566 มีเหตุการณ์สำคัญหลายอย่าง โดยเฉพาะการคัดเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดแรกตามบทเฉพาะกาลของรัฐธรรมนูญปี 2560 ซึ่งเสียง 250 เสียงนี้ใช้สำหรับการโหวตนายกรัฐมนตรีและการพิจารณาเห็นชอบกรรมการองค์กรอิสระอย่าง กกต. ด้วย
กรรมการการเลือกตั้งอีก 2 คนที่ผ่านการเห็นชอบจากสว.ชุดดังกล่าวและยังดำรงตำแหน่งอยู่คือ นายชาย นครชัย อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (เข้ารับตำแหน่ง 2 ต.ค.2566) และนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา ประธานแผนกคดีเลือกตั้งในศาลฎีกา (รับตำแหน่ง 19 มี.ค.2567) ส่งผลให้หลายคนตั้งคำถามถึงความเป็นมรดกเก่าจากยุค คสช.
กกต.สีน้ำเงินและกระบวนการใหม่
ในปี 2567 เมื่อสว. 250 คนจากยุค คสช.หมดวาระ มีการเลือกสว.ชุดใหม่ด้วยวิธีการเลือกกันเองจากผู้สมัครสว.แต่ละกลุ่มอาชีพ ทำให้เกิดข้อกังขาถึงกระบวนการที่เอื้อให้กับสว.บางกลุ่ม โดยเฉพาะที่มาจากกลุ่มการเมืองอย่างพรรคภูมิใจไทย ซึ่งมีสว.จากจังหวัดบุรีรัมย์มากถึง 14 คน
สว.ชุดนี้ทำหน้าที่ให้ความเห็นชอบกกต.ชุดใหม่แทนชุดเดิมที่พ้นจากตำแหน่งจำนวน 3 คน ประกอบด้วย นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ อดีตรองประธานศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ นายอนันต์ สุวรรณรัตน์ อดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนายณรงค์ รักร้อย อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดอุทัยธานีและสมุทรสาคร และในตอนนี้ สว.ชุดดังกล่าวจะได้ทำหน้าที่ให้ความเห็นชอบกกต.ใหม่เพิ่มอีก 2 คน
ความกังวลของนายเทวฤทธิ์ มณีฉาย
สิ่งที่สว.เทวฤทธิ์ กังวลคืออำนาจหน้าที่ของกกต.เกี่ยวกับกระบวนการสืบสวน ไต่สวน หรือพิจารณาคดีของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่สมาชิกวุฒิสภาตกเป็นผู้ถูกร้องจำนวนมาก ผู้ทำหน้าที่พิจารณาวินิจฉัยคดีจึงไม่ควรมีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับคู่ความในคดี โดยเฉพาะการให้ความเห็นชอบผู้เข้ามาดำรงตำแหน่งดังกล่าวเพิ่มเติมในขณะนี้ ตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญมาตรา 185
ภารกิจของกกต.ใหม่
สำหรับภารกิจที่กกต.ใหม่ต้องเข้ามาร่วมดำเนินการต่อ ประกอบด้วยการตรวจสอบการโกงเลือกตั้งสว.สืบเนื่องจากคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 ซึ่งเป็นคณะกรรมการร่วมระหว่างกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้มีมติเมื่อ 17 ก.ค.2568 ให้สั่งฟ้องสว. 138 คน พร้อมเครือข่ายพรรคภูมิใจไทยอีก 91 คน และคดีดังกล่าวจะต้องให้กกต. 7 คนเป็นผู้พิจารณา
รวมถึงคดี 44 สส.พรรคก้าวไกล ถูกกล่าวหาผิดมาตรฐานจริยธรรม จากกรณีการลงชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่ล่าสุด คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) มีมติให้ส่งเรื่องและความเห็นต่อศาลฎีกา เพื่อพิจารณาวินิจฉัยการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่มีมติ (9 ก.พ.2569)



