บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ปมร้อนสะเทือนศรัทธา กกต.ถูกซักฟอกจากทุกฝ่าย
บาร์โค้ดบัตรเลือกตั้ง ปมร้อนสะเทือนศรัทธา กกต.

บาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง: ปมร้อนที่อาจสั่นคลอนความชอบธรรมของการเลือกตั้ง

เรื่องราวของบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งกำลังกลายเป็นหนังยาวที่ดึงดูดความสนใจจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ออกคำสั่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต. แจกแจงข้อเท็จจริงในประเด็นนี้ภายในระยะเวลา 7 วัน นับตั้งแต่มีนักร้อง(เรียน)เดินทางไปยื่นคำร้องอย่างเป็นทางการ ปมนี้ไม่เพียงแต่สร้างความกังวลในวงกว้าง แต่ยังอาจกลายเป็นประเด็นชี้ขาดสำคัญที่กำหนดว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในปี 2569 จะเป็นโมฆะหรือไม่ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

มาตรา 85 และข้อกังวลเรื่องความลับของการลงคะแนน

ประเด็นหลักที่ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาอย่างเข้มข้นคือมาตรา 85 ของกฎหมายเลือกตั้ง ซึ่งระบุชัดเจนว่าการเลือกตั้งต้องเป็นการออกเสียงโดยตรงและเป็นความลับ การปรากฏของบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง โดยเฉพาะบนบัตรสีชมพูที่ใช้สำหรับเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ได้สร้างความสงสัยอย่างมาก เนื่องจากบาร์โค้ดดังกล่าวสามารถถูกสแกนเพื่อเปิดเผยหมายเลขบัตรที่มีลำดับที่ของผู้เลือก ซึ่งเมื่อนำไปเทียบกับเอกสารบัญชีรายชื่อแล้ว อาจทำให้สามารถระบุตัวตนของผู้ลงคะแนนและทางเลือกทางการเมืองของพวกเขาได้ นี่ถือเป็นการบ่อนทำลายหลักการพื้นฐานของความลับในการลงคะแนนอย่างร้ายแรง

ของแถมราคาแพงจากสัญญาพิมพ์บัตร

อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ได้โพสต์ข้อความตั้งข้อสังเกตที่น่าสนใจ โดยอธิบายว่าบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดเหล่านี้เปรียบเสมือน "ของแถม" ราคาแพงที่พ่วงมากับการว่าจ้างให้พิมพ์บัตรเลือกตั้งปี 2569 และบัตรทำประชามติของ กกต. ตามรายละเอียด บัตรสีเขียวสำหรับเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตมีคิวอาร์โค้ดแถมมา ในขณะที่บัตรสีชมพูสำหรับเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อมีบาร์โค้ดแถมมา ส่วนบัตรสีเหลืองสำหรับการลงประชามติกลับไม่มีของแถมดังกล่าว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว
แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

เมื่อตรวจสอบเอกสารข้อกำหนดและเงื่อนไขหรือ TOR สำหรับมาตรการป้องกันการทุจริต การปลอมแปลง การพิมพ์เกิน หรือการป้องกันการนำบัตรไปใช้ข้ามเขต พบว่ามีการระบุมาตรการป้องกันอย่างน้อย 6 ข้อ ตั้งแต่ลวดลาย สัญลักษณ์ หรือรหัสลับ การมี "ไมโคร เท็กซ์" ที่ซ่อนอยู่ การใช้หมึกที่มองไม่เห็น การมีรหัสสำหรับตรวจสอบกรณีมีเหตุทุจริต และการมีลวดลายที่ป้องกันการสแกนหรือถ่ายเอกสาร อย่างไรก็ตาม ไม่มีการระบุถึงบาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ดไว้ในข้อกำหนดเหล่านี้เลย

ความรับผิดชอบที่เลือนรางและผลกระทบที่ตามมา

การที่บาร์โค้ดปรากฏบนบัตรเลือกตั้งโดยไม่ได้ระบุใน TOR ทำให้เกิดคำถามว่าการมีอยู่ของมันเป็นผลจากความเข้าใจผิดหรือการละเลยของฝ่ายใด โรงพิมพ์อาจทำตามข้อกำหนดที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ดังนั้นจึงไม่สามารถโทษพวกเขาได้โดยตรง ในทางกลับกัน กกต. อาจเห็นชอบกับ "ของแถม" ที่ได้รับจากโรงพิมพ์โดยไม่ได้ตรวจสอบรายละเอียดอย่างรอบคอบก่อนลงนามเห็นชอบและสั่งพิมพ์ สิ่งนี้นำไปสู่การได้มาซึ่งของแถมราคาแพงที่กลายเป็นปมร้อนทางการเมืองในปัจจุบัน

ปมบาร์โค้ดนี้ไม่เพียงแต่สร้างความสั่นคลอนต่อศรัทธาที่เหลืออยู่ของประชาชนในกระบวนการเลือกตั้ง แต่ยังอาจส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อการรับรองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ กกต. และกระบวนการตั้งรัฐบาลในอนาคต หลายฝ่ายเริ่มแสดงความกังวลอย่างจริงจัง โดยมีพรรคการเมืองบางส่วนยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง หรือศาลปราบโกง เพื่อดำเนินคดีกับ กกต. และเลขาธิการ กกต. ตามมาตรา 157 ในฐานะละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญและศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งเพื่อขยายการตรวจสอบให้ครอบคลุมมากขึ้น

สะท้อนปัญหาความเชื่อมั่นที่สั่นคลอน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบนพื้นฐานของความขาดแคลนศรัทธาและความเชื่อมั่นในการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. จากประชาชนมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกับการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่มีปัญหาต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย ตั้งแต่การร้องเรียนเรื่องการนับคะแนนใหม่เพื่อความโปร่งใสในเขต 1 จังหวัดชลบุรีที่ถูกปฏิเสธ ไปจนถึงข้อสงสัยเกี่ยวกับบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง สิ่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่สะเทือนศรัทธาที่มีอยู่น้อยนิดแล้ว แต่ยังอาจสะเทือนถึงกระบวนการทางการเมืองทั้งหมด

ในขณะที่ กกต. กำลังตกเป็นเป้าหมายของการวิพากษ์วิจารณ์และความกดดันจากหลายทิศทาง ความชัดเจนในเรื่องนี้ยังคงเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายรอคอย การแจกแจงจาก กกต. ภายใน 7 วันตามคำสั่งของผู้ตรวจการแผ่นดินอาจเป็นก้าวแรกสู่ความกระจ่าง แต่เส้นทางสู่การฟื้นฟูความเชื่อมั่นยังคงยาวไกลและท้าทายอย่างยิ่ง