กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้าปิดช่องโหว่การทุจริตด้วยการเตรียมสร้าง Sandbox กลางสำหรับรับแจ้งเบาะแสการทุจริตแบบไม่เปิดเผยตัวตน พร้อมนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ยกระดับความโปร่งใสในการให้บริการ โดยนางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมฯ ให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในทุกมิติ ซึ่งเป็นนโยบายที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เน้นย้ำให้บุคลากรปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต โปร่งใส และไม่เกี่ยวข้องกับการเรียกรับสินบนหรือผลประโยชน์ทุกรูปแบบ
การประชุมรับฟังความเห็นจากภาคเอกชน
กรมฯ ได้จัดประชุมรับฟังความเห็นจากภาคเอกชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย นำโดยนายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในนามคณะทำงานวิชาการ Zero Corruption ของ กกร. และนายนภดล ศิวะบุตร รองประธานคณะกรรมการกฎหมาย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับผู้แทนสมาคมธนาคารไทย สมาคมทรัพย์สินทางปัญญาแห่งประเทศไทย สมาคมดนตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมผู้ค้าผู้ประกอบธุรกิจบันเทิงไทย บริษัทกฎหมาย และภาคธุรกิจอื่นๆ รวม 40 คน เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นและข้อเสนอแนะต่อมาตรการป้องกันการทุจริต การประชุมนี้ถือเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการเฝ้าระวัง ป้องกัน และลดความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การทุจริต
ข้อเสนอจากภาคเอกชน
นายธนวรรธน์นำเสนอว่า การยกระดับความโปร่งใสของภาครัฐเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดย กกร. ได้ศึกษาและสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อสนับสนุนการยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลให้สอดคล้องกับแนวทางสากล กรมทรัพย์สินทางปัญญาถือเป็นหน่วยงานแรกๆ ที่แสดงเจตจำนงทำงานเชิงรุกร่วมกับภาคเอกชนเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตอย่างจริงจัง
ช่องทางแจ้งเบาะแสการทุจริต
นางอรมนเปิดเผยว่า กรมฯ มีความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาการทุจริตอย่างเป็นรูปธรรม โดยเปิดช่องทางรับเรื่องร้องเรียนและแจ้งเบาะแสที่ส่งข้อมูลถึงอธิบดีโดยตรงผ่าน 3 ช่องทาง ได้แก่ อีเมลของกรมฯ เว็บไซต์กรมฯ และกล่องรับความคิดเห็น ณ ศูนย์บริการ IP One ชั้น 3 กรมทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งเป็นช่องทางที่สะดวกและปลอดภัย พร้อมมาตรการเก็บรักษาข้อมูลเพื่อคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแส นอกจากนี้ กรมฯ ได้หารือกับ กกร. เพื่อเดินหน้าจัดทำ Sandbox ซึ่งจะเป็นช่องทางกลางในการรับแจ้งข้อมูลและเบาะแสการทุจริตที่ผู้แจ้งมั่นใจได้ว่าจะปลอดภัยและไม่ถูกเปิดเผยตัวตน นำไปสู่การสร้างกลไกตรวจสอบข้อเท็จจริงและติดตามความคืบหน้าอย่างเป็นระบบร่วมกัน โดยจะมีการรายงานและประเมินผลอย่างน้อยทุก 1 เดือน หากพบกรณีเข้าข่ายทุจริต กรมฯ จะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน และหากเป็นการกระทำผิดจริง จะดำเนินการทางวินัยและตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด
การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้
กรมฯ ได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาพัฒนากระบวนงานและงานบริการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อลดขั้นตอน ลดค่าใช้จ่าย ลดการติดต่อแบบเผชิญหน้าระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้ใช้บริการ เพิ่มความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ผ่านระบบบริการต่างๆ เช่น ระบบให้คำปรึกษาออนไลน์ (Tele-Consulting) ที่บันทึกภาพและเสียงตลอดการให้คำปรึกษา ระบบ AI Chatbot สำหรับให้ข้อมูลด้านทรัพย์สินทางปัญญาเบื้องต้น ระบบ e-Filing สำหรับยื่นคำขอจดทะเบียนและติดตามสถานะ ระบบ e-Payment สำหรับชำระค่าธรรมเนียมผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงระบบ AI Search และระบบ Trademark Checker ที่นำ AI มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสืบค้นข้อมูลและตรวจสอบคำขอ นอกจากนี้ ยังเพิ่มช่องทางเร่งรัดการจดทะเบียนผ่านโครงการ Fast Track เพื่อให้ผู้ประกอบการได้รับบริการอย่างรวดเร็วภายใต้หลักเกณฑ์ที่ชัดเจนและโปร่งใส และร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงการจดทะเบียน การให้คำปรึกษา และการสนับสนุนด้านทรัพย์สินทางปัญญาได้อย่างสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ผลการประชุมและข้อเสนอแนะ
ผู้เข้าร่วมประชุมจากภาคเอกชนส่วนใหญ่สะท้อนความเห็นในเชิงบวกและแสดงความเชื่อมั่นต่อการดำเนินงานของกรมฯ ในเรื่องความโปร่งใสและการไม่เรียกรับผลประโยชน์ อย่างไรก็ตาม มีข้อเสนอแนะให้กรมฯ เร่งสร้างความรู้ความเข้าใจด้านทรัพย์สินทางปัญญาแก่ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะ SMEs และผู้ประกอบการในส่วนภูมิภาค เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวงหรือแอบอ้างจากผู้ไม่หวังดีว่าเป็นเจ้าหน้าที่กรมฯ รวมทั้งเสนอให้มีการเผยแพร่แนวคำวินิจฉัยหรือกรณีศึกษาที่สำคัญเพื่อใช้เป็นแนวทางอ้างอิงในการยื่นคำขอจดทะเบียน โดยเฉพาะเครื่องหมายการค้า ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าใจหลักเกณฑ์การพิจารณาได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ลดการใช้ดุลพินิจ และส่งเสริมมาตรฐานการพิจารณาคำขอให้มีความโปร่งใสและเป็นธรรม
นายนภดลกล่าวว่า จากผลสำรวจความคิดเห็นของภาคเอกชนที่ กกร. ดำเนินการ สะท้อนว่าประชาชนยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านการทุจริตในกระบวนการปฏิบัติงานของภาครัฐ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องได้รับความใส่ใจและแก้ไขอย่างต่อเนื่อง โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้แสดงความมุ่งมั่นที่จะจัดการกับปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง โดยเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย และพร้อมทำงานเชิงรุกร่วมกับภาคเอกชน เพื่อปิดช่องโหว่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การมีกลไกกลางในการรับแจ้งเบาะแส ตรวจสอบข้อเท็จจริง และติดตามผลอย่างมีระบบ โดยมีคนกลางในการกำกับดูแล จะช่วยเพิ่มความโปร่งใสและยกระดับมาตรฐานการป้องกันการทุจริตในระยะยาว



