เด็กอนุบาลออมเงินโรงเรียนสะสมกว่า 7 หมื่นบาท แม่เปิดใจตั้งเป้าปีหน้าทะลุแสน
จากกรณีที่ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้โพสต์รูปเงินออมของนักเรียนที่มีชื่อติดหน้าถุงเงิน จนกลายเป็นที่ฮือฮาในโลกโซเชียล โดย ด.ช.ธนเดช หรือ น้องเบส อายุ 5 ขวบ นักเรียนชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนบ้านหนองลุมพุกหญ้าม้า จังหวัดอุดรธานี เป็นเจ้าของเงินออมสูงสุดถึง 72,720 บาท ทำให้สื่อมวลชนเดินทางไปสัมภาษณ์แม่ของเด็กชายเพื่อเปิดเผยเรื่องราวการออมเงินที่น่าประทับใจนี้
จุดเริ่มต้นของการออมเงินที่โรงเรียน
นางปวีณา กงเพชร อายุ 48 ปี แม่ของน้องเบส เล่าว่า ตนมีอาชีพขายอาหารตามสั่งที่บ้าน ส่วนสามีไปทำงานที่ฉางข้าวในอำเภอกุมภวาปี ทำให้ต้องดูแลร้านอาหารตามลำพัง บางครั้งก็ทำส่งลูกค้าไม่ทัน การออมเงินที่โรงเรียนเริ่มต้นขึ้นเมื่อทราบว่าโรงเรียนมีโครงการออมทรัพย์สำหรับนักเรียน โดยเด็กโตจะแบ่งเงินที่ผู้ปกครองให้มาออมเอง ส่วนเด็กอนุบาลให้ผู้ปกครองฝากลูกมาออม
"ปีที่แล้วเริ่มออมเงินวันละ 100 บาท โดยจะไปส่งน้องเบสไปโรงเรียน แล้วเอาเงินฝากกับครูประจำชั้น พอสิ้นปีการศึกษาก็ได้เงินออม 17,895 บาท รู้สึกดีใจมาก และทราบว่าครูไม่ได้จำกัดจำนวนเงินออม ตนก็น่าจะเก็บได้มากกว่านี้อีก" นางปวีณากล่าว
เพิ่มจำนวนการออม สู่ผลลัพธ์ที่เกินคาด
ในปีการศึกษานี้ นางปวีณาตัดสินใจเพิ่มจำนวนเงินออมเป็นวันละ 400 บาท โดยให้เงินน้องเบสไปโรงเรียน 420 บาท ออมกับครูประจำชั้น 400 บาท และอีก 20 บาทให้น้องเบสซื้อขนมกินที่โรงเรียน หากวันไหนที่โรงเรียนหยุดหลายวัน ก็จะออมทบวัน เช่น 3 วันก็จะนำไปออม 1,200 บาท และมีการจดบันทึกเอาไว้ด้วย
พอสิ้นปีการศึกษาก่อนปิดเทอม ครูประกาศคืนเงินออมให้ ซึ่งนางปวีณาแอบลุ้นว่าจะได้กี่บาท เมื่อไปรับเงินก็ปรากฏว่าปีนี้ได้ถึง 72,720 บาท ทำให้รู้สึกดีใจและภูมิใจที่ตัวเองทำได้
แผนการใช้เงินและเป้าหมายในอนาคต
เงินจำนวน 72,720 บาทนี้ นางปวีณาวางแผนจะนำไปจ่ายค่าประกันชีวิต เตรียมไว้สำหรับน้องเบสเปิดเทอมปีการศึกษาหน้า สำรองในการซื้อของมาขายในร้านอาหารตามสั่ง และเก็บไว้ใช้ในครัวเรือน นอกจากนี้ เธอยังเผยว่าการออมเงินที่โรงเรียนดีกว่านำไปฝากธนาคาร แม้ว่าจะไม่ได้รับดอกเบี้ยก็ตาม เพราะไม่สะดวกในการเดินทางไปธนาคาร และการออมที่โรงเรียนห้ามเบิกห้ามถอน เป็นการบังคับให้เก็บเงินได้ดีกว่า
"ถ้าได้ดอกเบี้ยก็จะบริจาคให้โรงเรียน เพราะการออมเงินที่โรงเรียนถือเป็นการปลูกฝังให้น้องเบสและนักเรียนรู้จักการอดออม" นางปวีณากล่าวเสริม พร้อมตั้งเป้าว่าในปีหน้าจะออมเงินวันละ 500 บาท และต้องทำให้ได้ทะลุ 1 แสนบาทอย่างแน่นอน



