ตู่ ภพธร เปิดสูตรเลี้ยงลูกยุคใหม่ ไม่ตี ไม่ใช้จอเป็นพี่เลี้ยง เน้นวินัย
ตู่ ภพธร เปิดสูตรเลี้ยงลูกยุคใหม่ ไม่ตี ไม่ใช้จอเป็นพี่เลี้ยง

ตู่ ภพธร หรือ ตู่-ภพธร สุนทรญาณกิจ พ่อของลูกสาวสองคน เปิดเผยแนวทางการเลี้ยงลูกในรายการ MY DADDY James โดยเน้นการไม่ใช้ความรุนแรง ไม่ใช้จอเป็นพี่เลี้ยง และให้ความสำคัญกับการสร้างวินัยและความรับผิดชอบให้ลูกตั้งแต่เด็ก

ไม่ตีลูก ไม่ใช้จอเป็นพี่เลี้ยง

ตู่ ภพธร ย้ำว่าในบ้านไม่มี การตีลูก แต่หากลูกทำผิดจะใช้วิธีการพรากสิ่งที่เขาชอบ เช่น ห้ามดูจอเป็นเวลาหลายวันหรือหนึ่งสัปดาห์ พร้อมกับพูดคุยให้เขาเข้าใจถึงเหตุผลของการลงโทษ

ส่วนการใช้จอเป็นพี่เลี้ยง ตู่บอกว่าที่บ้านไม่ใช้วิธีนี้ โดยเฉพาะเวลากินข้าวจะไม่เปิดทีวีหรือให้ลูกดูมือถือ เพราะถือเป็นช่วงเวลาที่ครอบครัวต้องสื่อสารกัน

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

สอนวินัยและความรับผิดชอบผ่านการทำงาน

ตู่เล่าถึงประสบการณ์ที่เรียนจบจากต่างประเทศและทำงานพาร์ตไทม์ตั้งแต่เด็ก ทำให้เห็นความสำคัญของ การมีวินัย และความรับผิดชอบ เขาสอนให้ลูกเข้าใจว่าการทำงานและเก็บเงินจะช่วยให้เขามีเป้าหมาย เช่น การซื้อของเล่นหรือสุนัขที่ต้องใช้ความอดทน

“พอเขามีเงินก้อนหนึ่งแล้วอยากจะซื้ออะไร เขาจะเริ่มคิดละว่าควรที่จะซื้อสิ่งนี้หรือเปล่า อยากได้ของเล่นชิ้นนี้ เขาต้องเก็บเงินมานานเท่าไหร่กว่าจะได้” ตู่กล่าว

ไม่บังคับให้เก่ง แต่สร้างเครื่องมือการใช้ชีวิต

ตู่บอกว่าหน้าที่ของพ่อแม่ไม่ใช่การบังคับให้ลูกเก่ง แต่คือการสร้างเครื่องมือในการใช้ชีวิตให้ลูกเติบโตอย่างมีคุณภาพและมีความสุขในแบบของตัวเอง โดยเน้นสามหัวข้อหลักคือ การให้คุณค่าตัวเอง วินัยในตัวเอง และการเป็นคนดี

“อันดับแรก การให้คุณค่าตัวเอง ด้วยความที่เป็นลูกสาวเราอยากให้เขารู้ถึงคุณค่าของตัวเอง ไม่ว่าไปอยู่ในสังคมไหนเขาจะไม่ให้ใครมาด้อยค่า” ตู่กล่าว

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

รับมือกับความแตกต่างของลูกทั้งสองคน

ตู่เล่าว่าลูกสาวทั้งสองคนมีความชอบที่แตกต่างกัน คนโตชอบกิจกรรมแอ็กชัน เช่น เล่นชิงช้าหรือปั่นจักรยาน ส่วนคนเล็กชอบงานประดิษฐ์ ทำให้ต้องแบ่งร่างเพื่อเล่นกับทั้งสองคน

ส่วนการสั่งสอน ตู่จะไม่ดุลูกในขณะที่เขาทำผิด เพราะจะทำให้เกิดการต่อต้าน แต่จะรอให้เขาสงบลงแล้วค่อยพูดคุย โดยเฉพาะช่วงก่อนนอน

ไม่คาดหวังให้ลูกอยู่ในวงการบันเทิง

ตู่บอกว่าไม่ได้คาดหวังให้ลูกสาวอยู่ในวงการบันเทิง เพราะมีทั้งข้อดีและข้อเสีย โดยเฉพาะเรื่องจิตใจที่อาจถูกกระทบ เขาจะไม่บังคับให้ลูกถ่ายงานหรือทำคอนเทนต์ หากลูกไม่แฮปปี้จะหยุดทันที

“ส่วนตัวผมไม่ได้คาดหวังขนาดนั้น อันนี้ผมแล้วแต่เขาเลย ว่าอยู่วงการบันเทิงมันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย” ตู่กล่าว

ให้มือถือเมื่ออายุ 16 ปี และไม่สนับสนุนให้เป็น TikToker โดยไม่ฝึกฝน

ตู่ตั้งเป้าว่าจะให้ลูกมีมือถือเป็นของตัวเองเมื่ออายุ 16 ปี และหากต้องการก่อนหน้านั้นจะให้เป็นมือถือที่ไม่ใช่สมาร์ทโฟน เพื่อให้เขาอยู่ห่างจากโซเชียลมีเดียให้นานที่สุด

ส่วนการเป็น TikToker ตู่บอกว่าถ้าลูกอยากทำ จะต้องมีสกิลเพิ่มเติม เช่น เรียนเต้น เรียนตัดต่อ หรือเรียนเกี่ยวกับ AI เพราะต้องการให้ลูกได้อะไรมากกว่าแค่การทำคลิปโดยไม่ฝึกฝน

เวลาพูดคุยสำคัญกว่าเวลาที่มีมาก

ตู่เน้นย้ำว่าการมีเวลาพูดคุยกับลูกเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แม้จะมีเวลาน้อย แต่ถ้าให้เวลา 100% ก็เพียงพอ เขาจะสังเกตว่าถ้าหายไปทำงานหลายวัน ลูกจะวิ่งเข้ามากอดเมื่อกลับบ้าน ซึ่งเป็นโมเมนต์ที่เหมือนรางวัล

“เวลาเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าการที่จะมานั่งคิดเรียงลำดับว่า เราจะสอนอะไรต่อดี มันจะมาเมื่อเรารับฟังเมื่อมีเวลาที่จะพูดคุยกับเขา” ตู่กล่าว

ตู่ยังฝากถึงภรรยาและลูกสาวว่า ภูมิใจในตัวเขามาก และอยากให้เขาใช้ชีวิตอย่างมีความสุข โดยเริ่มจากตัวเองที่เป็นแบบอย่างที่ดีที่สุดสำหรับลูก