มือเป็นอวัยวะที่มีโครงสร้างซับซ้อน ประกอบด้วยข้อมือ ฝ่ามือ และนิ้วทั้ง 5 นิ้ว ทำหน้าที่หยิบจับ สัมผัส และทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน เมื่อเกิดการบาดเจ็บหรืออักเสบ จะส่งผลให้ปวดและใช้งานมือได้ไม่เต็มที่ ปัจจุบันมีการนำอุปกรณ์ดามข้อมือและนิ้วมือมาใช้ในการรักษาโรคและภาวะต่างๆ อย่างแพร่หลาย
โรคและอาการที่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ดามมือ
ผศ. พญ.มลรัชฐา พิทักษ์เจริญ ภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ระบุว่าอุปกรณ์ดามมือไม่ได้ใช้เฉพาะผู้ที่กระดูกหักเท่านั้น แต่ยังช่วยรักษาและบรรเทาอาการในกลุ่มโรคดังนี้: ภาวะพังผืดกดทับเส้นประสาทที่ข้อมือ ทำให้ชาหรือปวดนิ้วหัวแม่มือ นิ้วชี้ และนิ้วกลาง; เอ็นข้อมือและนิ้วหัวแม่มืออักเสบ พบในคุณแม่ที่อุ้มลูกนาน ทันตแพทย์ กระเป๋ารถเมล์ และช่างตัดเสื้อ; ภาวะข้อมือหรือข้อนิ้วมืออักเสบจากการติดเชื้อ โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคเก๊าต์ และโรคข้อเสื่อม; ภาวะมือเสื่อมหรือข้อนิ้วมือผิดรูปจากรูมาตอยด์; กล้ามเนื้อข้อมือและมืออ่อนแรงจากการบาดเจ็บเส้นประสาท เช่น ข้อมือตกงอ; อาการนิ้วสะดุด (นิ้วล็อก); โรคข้อนิ้วส่วนปลายเสื่อมในผู้สูงอายุ; และภาวะข้อมือและข้อนิ้วมือติดยึด
ชนิดของอุปกรณ์ดามข้อมือและนิ้วมือ
อุปกรณ์ดามมือแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก: แบบนิ่ม (Soft Splint) ผลิตจากผ้ายืด สวมใส่สบาย ยืดหยุ่นดี เหมาะสำหรับใส่ขณะใช้งานมือในชีวิตประจำวัน; แบบแข็ง (Rigid Splint) ผลิตจากพลาสติกทางการแพทย์ จำกัดการเคลื่อนไหวได้ดีเยี่ยม เหมาะสำหรับใส่เพื่อพักข้อและลดอาการปวดอักเสบ การเลือกชนิดและระยะเวลาใส่ต้องได้รับการประเมินจากแพทย์เป็นรายๆ ไป
วัตถุประสงค์ในการใส่อุปกรณ์ดามมือ
แพทย์จะสั่งใช้อุปกรณ์ดามตามเป้าหมายการรักษาที่แตกต่างกัน ได้แก่: 1. เพื่อพักการใช้งานของข้อ ในกรณีปวดข้อหรือข้ออักเสบเฉียบพลัน; 2. เพื่อจำกัดการเคลื่อนไหว เช่น กลุ่มพังผืดกดทับเส้นประสาท แนะนำให้สวมชนิดแข็งตอนนอนกลางคืนและชนิดนิ่มมีแกนพลาสติกตอนทำงาน กลุ่มนิ้วล็อกให้ใส่แหวนจำกัดการเคลื่อนไหว กลุ่มเจ็บโคนนิ้วหัวแม่มือเช่นคุณแม่ที่อุ้มลูกนาน; 3. เพื่อป้องกันหรือแก้ไขการผิดรูป ในโรคข้ออักเสบรูมาตอยด์หรือข้อนิ้วส่วนปลายเสื่อม โดยใส่ดามนิ้วให้ตรงตอนนอน; 4. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการกำมือ ในคนไข้กล้ามเนื้อมืออ่อนแรง; 5. เพื่อช่วยเพิ่มการเคลื่อนไหว ในผู้ป่วยที่มีข้อมือและข้อนิ้วมือติดยึด
ข้อควรระวังและผลข้างเคียง
หากใช้งานนานเกินไปหรือผิดวิธี อาจเกิดผลเสีย เช่น ข้อยึดติดจากการใส่นานเกินไปโดยไม่จำเป็น แผลกดทับและอักเสบจากอุปกรณ์กดทับกระดูกที่นูน และอาการติดอุปกรณ์ที่ไม่ยอมเลิกใส่แม้อาการดีขึ้นแล้ว
3 กฎเหล็กในการใส่อุปกรณ์ดามมืออย่างปลอดภัย
เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดและปลอดภัย คนไข้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำ: 1. ขนาดต้องพอดี ไม่แน่นจนเลือดไม่เดิน ไม่หลวมจนไม่ช่วยพยุง; 2. หมั่นถอดเช็กผิวหนังทุกครั้งหลังใส่ ดูว่ามีจุดกดทับหรือรอยแดงหรือไม่; 3. ใส่ให้ถูกเวลาตามแพทย์สั่ง อุปกรณ์บางชนิดต้องใส่ตลอด บางชนิดใส่เฉพาะตอนนอนหรือตอนทำงาน การใช้อุปกรณ์ดามข้อมือและนิ้วมือควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนระยะยาวและช่วยให้อาการปวดหายเร็วขึ้น



