ประชาชนเกาหลีใต้ได้รับการเสนอชื่อชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ จาก 'การปฏิวัติแห่งแสงสว่าง'
ในวันนี้ (19 กุมภาพันธ์ 2569) มีการเปิดเผยว่า ประชาชนชาวเกาหลีใต้ ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ จากผลงานการต่อต้านกฎอัยการศึกอย่างสันติ โดยนักวิชาการระดับนานาชาติยกย่องให้เป็น "การปฏิวัติแห่งแสงสว่าง" ซึ่งสะท้อนถึงพลังของประชาธิปไตยและความกล้าหาญของประชาชนในการปกป้องสิทธิ์และเสรีภาพ
การเสนอชื่อโดยนักวิชาการนานาชาติ
ศาสตราจารย์คิม อึย-ยอง จากภาควิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติโซล ร่วมกับประธานสมาคมรัฐศาสตร์อีก 3 คน ได้เตรียมเสนอชื่อ "ประชาชนเกาหลีใต้" ที่ออกมาชุมนุมอย่างสันติบนท้องถนนเมื่อเดือนมกราคม 2569 เพื่อขัดขวางการประกาศใช้กฎอัยการศึก ให้เป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ
ประธานสมาคมรัฐศาสตร์ที่ร่วมเสนอชื่อประกอบด้วย:
- ศาสตราจารย์ปาโบล โอญาเต จากมหาวิทยาลัยบาเลนเซีย ประเทศสเปน
- ศาสตราจารย์เดวิด ฟาร์เรล จากมหาวิทยาลัยคอลเลจดับลิน ประเทศไอร์แลนด์
- ศาสตราจารย์อาซูล อากีลาร์ จากมหาวิทยาลัยกัวดาลาฮารา ประเทศเม็กซิโก
ในจดหมายเสนอชื่อ พวกเขาได้นิยามความพยายามของประชาชนในการขัดขวางกฎอัยการศึกว่าเป็น "การปฏิวัติแห่งแสงสว่าง" และอ้างเหตุผลว่า แม้สังคมเกาหลีจะเผชิญกับวิกฤตการณ์ทางรัฐธรรมนูญในขณะนั้น แต่ก็สามารถฟื้นฟูระเบียบรัฐธรรมนูญได้โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแข็งขัน
เสียงตอบรับจากผู้นำและนักวิชาการ
ศาสตราจารย์คิม อึย-ยอง กล่าวว่า "โลกไม่ประหลาดใจหรืออย่างไร ที่เกาหลีใต้สามารถป้องกันสงครามกลางเมืองและฟื้นฟูประชาธิปไตยได้ภายในเวลาเพียง 6 เดือน ในขณะที่ประชาธิปไตยทั่วโลกกำลังเสื่อมถอย" ซึ่งเน้นย้ำถึงความสำเร็จอันน่าทึ่งของประเทศนี้
ด้านประธานาธิบดี อี แจ มยอง ได้ออกมาชื่นชมการเสนอชื่อครั้งนี้ โดยกล่าวว่า สาธารณรัฐเกาหลีเป็นชาติที่ยิ่งใหญ่ที่จะสร้างแบบอย่างในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ และสิ่งนี้เป็นไปได้เพราะเป็นสาธารณรัฐเกาหลีที่ยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตยและสันติวิธี
บริบททางกฎหมายและการเมืองที่เกี่ยวข้อง
ในวันเดียวกันนี้ ศาลเกาหลีใต้ได้ตัดสินลงโทษจำคุกตลอดชีวิตให้กับ อดีตประธานาธิบดี ยุน ซอก ยอล ฐานใช้อำนาจทางมิชอบและก่อความไม่สงบ จากการประกาศใช้กฎอัยการศึกปลายปี 2567 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่นำไปสู่การประท้วงอย่างสงบของประชาชนในเดือนมกราคม 2569
การตัดสินครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามของระบบยุติธรรมในการจัดการกับความผิดในอดีต และเสริมสร้างความน่าเชื่อถือให้กับกระบวนการประชาธิปไตยของเกาหลีใต้
โดยรวมแล้ว การเสนอชื่อประชาชนเกาหลีใต้เข้าชิงรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพไม่เพียงแต่เป็นเกียรติยศ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความหวังและความยืดหยุ่นของสังคมที่สามารถเอาชนะวิกฤตได้ด้วยสันติวิธี



