กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ เมื่อหนุ่มพนักงานขนส่งพัสดุเอกชนวัย 27 ปี ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอที่บันทึกเหตุการณ์ขณะถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรลำทะเมนชัย จังหวัดนครราชสีมา ขอตรวจค้นและตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติดอย่างกะทันหัน โดยเจ้าหน้าที่รายดังกล่าวมีท่าทีข่มขู่และใช้คำหยาบคาย อ้างว่าพื้นที่ที่ผู้เสียหายจอดรถนั้นเป็นจุดเสี่ยงที่มีการส่งยาเสพติดบ่อยครั้ง
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ผู้เสียหายซึ่งเป็นพนักงานขนส่งของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เปิดเผยว่า ขณะที่เขาจอดรถจักรยานยนต์ใต้ต้นไม้ในพื้นที่บ้านอ้อ ตำบลไพล อำเภอลำทะเมนชัย เพื่อโทรศัพท์ติดต่อลูกค้า กลับมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งขับขี่รถจักรยานยนต์ตราโล่เข้ามาหาและขอตรวจค้นตัว พร้อมกับขอให้ตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด โดยอ้างว่าบริเวณดังกล่าวเป็นจุดเสี่ยงที่มีการส่งยาเสพติดหลายครั้ง
ผู้เสียหายกล่าวว่า เขาแสดงความบริสุทธิ์ใจและยินดีให้ตรวจ แต่รู้สึกไม่ปลอดภัยเนื่องจากเจ้าหน้าที่มีพฤติกรรมข่มขู่และใช้คำพูดไม่สุภาพ เช่น การใช้คำว่า "กู-มึง" ซึ่งทำให้เขากลัว จึงขอให้ไปตรวจที่โรงพักแทน แต่เจ้าหน้าที่ยืนยันที่จะตรวจในที่เกิดเหตุ ทำให้เขาตัดสินใจบันทึกคลิปไว้เป็นหลักฐาน และเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจ
ปฏิกิริยาจากต้นสังกัด
ล่าสุดเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 พันตำรวจเอกคำนวณ บ่ายกระโทก ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรลำทะเมนชัย ได้ออกมาเปิดเผยถึงเรื่องนี้ผ่านการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่า ทางสถานีตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วนแล้ว เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
จากการตรวจสอบเบื้องต้นยอมรับว่าจุดเกิดเหตุในอดีตเคยเป็นจุดที่มีการจับกุมคดียาเสพติดหลายครั้ง ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจในคลิปเป็นตำรวจจราจรที่กำลังเดินทางกลับบ้านหลังออกเวร เมื่อเห็นรถมาจอดในจุดเสี่ยงจึงเกิดความสงสัยและเข้าตรวจสอบ ซึ่งในกรณีนี้คาดว่าเป็นความบังเอิญที่ผู้เสียหายมาจอดรถเพื่อติดต่อลูกค้าในจุดดังกล่าวพอดี
ประเด็นการใช้คำพูดไม่สุภาพ
สำหรับประเด็นที่เจ้าหน้าที่ใช้ถ้อยคำไม่สุภาพ เช่น การพูดว่า "กู-มึง" ตามที่ปรากฏในคลิป ผู้กำกับการฯ มองว่าเป็นการใช้กิริยาวาจาที่ไม่เหมาะสมต่อประชาชน ซึ่งจะต้องนำไปพิจารณาเป็นข้อบกพร่องทางวินัย แต่ยืนยันว่าในการปฏิบัติหน้าที่ไม่มีเรื่องของการเรียกรับผลประโยชน์หรือการทำร้ายร่างกายเกิดขึ้น
หลังจากนี้ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนประสานเชิญตัวผู้เสียหายเข้ามาให้ถ้อยคำเพิ่มเติมแล้ว พร้อมยืนยันว่าผู้เสียหายจะปลอดภัยและได้รับความเป็นธรรมอย่างแน่นอน



