เรือประมงสงขลาจมน้ำกลางทะเล ลูกเรือสูญหาย 2 ราย กว่า 10 ชม.ยังไร้ร่องรอย
เรือประมงสงขลาจมน้ำกลางทะเล ลูกเรือสูญหาย 2 ราย

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2568 เวลาประมาณ 04.00 น. เกิดเหตุเรือประมงพื้นบ้านชื่อเรือศรีเจริญ 9 จมลงกลางทะเลอ่าวไทย บริเวณห่างจากชายฝั่งอำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา ประมาณ 30 ไมล์ทะเล ส่งผลให้ลูกเรือ 2 คนสูญหาย เจ้าหน้าที่เร่งค้นหามานานกว่า 10 ชั่วโมงแล้วแต่ยังไม่พบผู้สูญหาย

รายละเอียดเหตุการณ์เรือจม

เรือศรีเจริญ 9 เป็นเรือประมงพื้นบ้านขนาดเล็ก ความยาวประมาณ 10 เมตร ออกเดินทางจากท่าเทียบเรือในพื้นที่อำเภอเมืองสงขลา ตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 21 มิถุนายน เพื่อทำการประมงในทะเลอ่าวไทย โดยมีลูกเรือทั้งหมด 3 คน ก่อนเกิดเหตุเรือได้ประสบกับคลื่นลมแรงและน้ำทะเลเข้าท่วมเรือ ทำให้เรือเสียหลักและจมลงในที่สุด

นายสมชาย ใจดี (นามสมมติ) อายุ 45 ปี ลูกเรือที่รอดชีวิต เล่าว่า ขณะเกิดเหตุเรือกำลังลากอวนจับปลา จู่ๆ คลื่นขนาดใหญ่ซัดเข้าหาเรือ ทำให้เรือเอียงและน้ำทะเลไหลเข้าท่วมเรืออย่างรวดเร็ว ก่อนที่เรือจะจมลงในเวลาไม่ถึง 5 นาที นายสมชายสามารถสวมเสื้อชูชีพและเกาะทุ่นลอยน้ำไว้ได้ ก่อนที่จะได้รับการช่วยเหลือจากเรือประมงลำอื่นที่ผ่านมาในเวลาต่อมา

แบนเนอร์กว้าง Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือสำหรับ Telegram

ผู้สูญหาย 2 ราย ยังไร้ร่องรอย

ผู้สูญหายทั้ง 2 ราย คือ นายดำรงค์ ทรัพย์สมบัติ อายุ 38 ปี ชาวอำเภอเมืองสงขลา และนายสมศักดิ์ รักดี อายุ 42 ปี ชาวอำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ทั้งสองคนเป็นลูกเรือประจำเรือศรีเจริญ 9 ตั้งแต่เรือลำนี้เริ่มทำการประมงเมื่อ 3 ปีที่แล้ว

นางสาวสุนีย์ ทรัพย์สมบัติ ภรรยาของนายดำรงค์ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า สามีของตนออกทะเลเป็นประจำ แต่ครั้งนี้ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุร้ายแรงเช่นนี้ ตนอยากให้เจ้าหน้าที่ช่วยค้นหาสามีโดยเร็วที่สุด ครอบครัวยังมีความหวังว่าจะพบเขายังมีชีวิตอยู่

แบนเนอร์หลังบทความ Pickt — แอปรายการช้อปปิ้งแบบร่วมมือพร้อมภาพครอบครัว

ด้านนายสมศักดิ์ รักดี เป็นหัวหน้าครอบครัว มีภรรยาและลูกอีก 2 คนที่กำลังเรียนหนังสือ ภรรยาของนายสมศักดิ์กล่าวว่า สามีเป็นเสาหลักของครอบครัว หากเกิดอะไรขึ้นกับเขา ครอบครัวจะลำบากอย่างแน่นอน

การค้นหาของเจ้าหน้าที่

ศูนย์ปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายทางทะเล จังหวัดสงขลา ได้รับแจ้งเหตุเมื่อเวลา 04.30 น. จึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันค้นหา ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำสงขลา ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 12 สงขลา หน่วยกู้ภัยทางทะเล และอาสาสมัครกู้ภัยในพื้นที่ รวมกำลังพลกว่า 50 นาย พร้อมเรือตรวจการณ์ 5 ลำ และเฮลิคอปเตอร์ 1 ลำ

นายอำนาจ สุวรรณรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 12 สงขลา เปิดเผยว่า การค้นหาดำเนินการในรัศมี 5 ไมล์ทะเลจากจุดที่เรือจม โดยใช้เรือตรวจการณ์และเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจพื้นที่ แต่เนื่องจากคลื่นลมในทะเลอ่าวไทยมีกำลังแรง ความสูงของคลื่นประมาณ 2-3 เมตร ทำให้การค้นหาเป็นไปด้วยความยากลำบาก อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังคงค้นหาอย่างต่อเนื่อง และจะขยายพื้นที่ค้นหาออกไปหากยังไม่พบผู้สูญหายภายใน 24 ชั่วโมง

สภาพอากาศในทะเลอ่าวไทย

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศเตือนว่า บริเวณอ่าวไทยมีคลื่นลมแรง เนื่องจากอิทธิพลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทย โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดสงขลาและพื้นที่ใกล้เคียง มีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 21-23 มิถุนายน 2568

นายสมชาย ใจดี ลูกเรือที่รอดชีวิต กล่าวว่า ก่อนออกเรือตนได้ตรวจสอบสภาพอากาศจากแอปพลิเคชันพยากรณ์อากาศแล้ว แต่ไม่คิดว่าคลื่นจะรุนแรงถึงขนาดนี้ ตนอยากฝากเตือนเพื่อนชาวประมงให้ตรวจสอบสภาพอากาศอย่างละเอียดก่อนออกทะเลทุกครั้ง และควรเตรียมอุปกรณ์ช่วยชีวิตให้พร้อม

ผลกระทบต่อครอบครัวผู้สูญหาย

การสูญหายของลูกเรือทั้ง 2 ราย สร้างความทุกข์ใจให้กับครอบครัวเป็นอย่างมาก ครอบครัวของผู้สูญหายต่างรอคอยข่าวดีจากเจ้าหน้าที่อย่างใจจดใจจ่อ ขณะที่เพื่อนบ้านและชุมชนในพื้นที่ต่างให้กำลังใจและร่วมกันบริจาคสิ่งของช่วยเหลือ

นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะแต้ว อำเภอเมืองสงขลา กล่าวว่า ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ลงพื้นที่เยี่ยมครอบครัวผู้สูญหาย พร้อมให้การช่วยเหลือเบื้องต้นตามระเบียบของทางราชการ และจะติดตามความคืบหน้าของการค้นหาอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ เหตุการณ์เรือประมงจมในครั้งนี้ นับเป็นเหตุการณ์สะเทือนขวัญของชาวประมงในพื้นที่อีกครั้ง หลังจากที่เคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้งในช่วงฤดูมรสุม ชาวประมงในพื้นที่ต่างหวั่นวิตกกับความปลอดภัยในการทำประมง และเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มมาตรการความปลอดภัยและให้ข้อมูลสภาพอากาศที่แม่นยำมากขึ้น