สาววัย 25 ปี ร้องเรียนสื่อมวลชน หลังถูกชายปริศนาขับรถตามและคุกคามทางเพศ โดยอ้างว่าจะข่มขืน เหตุเกิดในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ผู้เสียหายเปิดเผยว่า ขณะขับรถกลับบ้านช่วงกลางคืน มีรถยนต์คันหนึ่งขับตามมาเป็นระยะทางหลายกิโลเมตร ผู้ขับขี่เป็นชายส่งสัญญาณให้จอดข้างทาง ก่อนจะพูดจาลามกและข่มขู่จะทำร้ายร่างกาย เธอรู้สึกหวาดกลัวและขับรถหนีไปยังสถานีตำรวจเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่คนร้ายขับรถหลบหนีไป
รายละเอียดเหตุการณ์คุกคามทางเพศ
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2567 เวลาประมาณ 22.00 น. ผู้เสียหายซึ่งขอสงวนชื่อนามสกุล เล่าว่า เธอกำลังขับรถกลับบ้านในพื้นที่อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ระหว่างทางมีรถยนต์เก๋งสีดำไม่ทราบทะเบียนขับตามประกบ พร้อมกับกะพริบไฟสูงและบีบแตรหลายครั้ง เมื่อเธอชะลอความเร็ว ชายคนขับได้ขับเข้ามาประชิดข้างรถและเปิดกระจกลง พูดว่า “น้องสวยจัง พี่อยากรู้จัก” และ “พี่จะพาน้องไปส่งที่บ้าน” เธอปฏิเสธและเร่งเครื่องหนี แต่คนร้ายยังคงขับตามติดไม่ลดละ กระทั่งถึงสี่แยกไฟแดง เธอจึงจอดรถและโทรศัพท์แจ้งตำรวจ แต่คนร้ายกลับพูดข่มขู่ว่า “ถ้าไม่หยุดจะข่มขืนให้ดู” ก่อนจะขับรถหลบหนีไป
การดำเนินคดีและมาตรการป้องกัน
หลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.คูคต จังหวัดปทุมธานี โดยให้ข้อมูลลักษณะรถและพฤติกรรมของคนร้าย เบื้องต้นตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทางเพื่อติดตามตัวผู้ก่อเหตุ พ.ต.อ.สมชาย ใจดี ผู้กำกับการ สภ.คูคต เปิดเผยว่า “เราได้รับแจ้งความแล้ว อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและประสานงานกับฝ่ายสืบสวนเพื่อเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย” ขณะที่ผู้เสียหายกล่าวว่า “อยากให้ตำรวจตามจับคนร้ายให้ได้ เพราะกลัวว่าเขาจะไปก่อเหตุกับผู้หญิงคนอื่นอีก” นอกจากนี้ เธอยังฝากเตือนผู้หญิงที่ขับรถคนเดียวให้ระมัดระวังตัว และไม่ควรจอดรถในที่เปลี่ยวหรือรับคำชักชวนจากคนแปลกหน้า
ผลกระทบต่อสังคมและข้อแนะนำด้านความปลอดภัย
เหตุการณ์คุกคามทางเพศในลักษณะนี้สร้างความหวาดกลัวให้กับผู้หญิงในสังคม โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินทางคนเดียวในเวลากลางคืน ข้อมูลจากมูลนิธิหญิงชายก้าวไกลระบุว่า ในปี 2566 มีคดีคุกคามทางเพศในพื้นที่สาธารณะมากกว่า 200 คดี เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 จากปีก่อนหน้า ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ผู้หญิงติดตั้งแอปพลิเคชันแจ้งเหตุฉุกเฉินในโทรศัพท์มือถือ และแจ้งเส้นทางให้คนใกล้ชิดทราบทุกครั้งที่เดินทาง ตำรวจยังแนะนำว่าหากถูกตาม ให้ขับรถไปยังสถานที่ที่มีคนพลุกพล่าน เช่น ปั๊มน้ำมัน หรือสถานีตำรวจ และไม่ควรหยุดรถในที่มืดหรือเปลี่ยว
ความคืบหน้าคดีและข้อกังวล
ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างสอบปากคำพยานและตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพิ่มเติม คาดว่าจะสามารถระบุตัวคนร้ายได้ภายในไม่กี่วัน ผู้เสียหายยังคงหวาดกลัวและขอให้สังคมช่วยเป็นหูเป็นตา หากพบเห็นรถยนต์ต้องสงสัยให้แจ้งตำรวจทันที เธอกล่าวทิ้งท้ายว่า “ไม่อยากให้ใครต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้อีก อยากให้สังคมช่วยกันสอดส่องดูแลซึ่งกันและกัน”



